เวินอวิ๋นเหมียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนสั่งกงกงหมิงว่า “ข้ามีเรื่องให้เจ้าจัดการ ช่วงสองสามวันนี้หาทางลอบนำถ่านออกมาจากศาลาเฉียงเวยสักก้อน อย่าให้พวกนางรู้ตัว”
กงกงหมิงรับคำ “บ่าวเข้าใจแล้ว”
……
ตำหนักเหยียนซี
เสียงเพียะดังสนั่น ฝ่ามือตบลงบนใบหน้าอวี้กุ้ยเหรินโดยตรง เวินเล่อเยียนยืนหลบอยู่ข้าง ๆ อย่างขลาดกลัว เกรงว่าโทสะของพระสนมซูจะพาลมาถึงตน
เมื่อครู่ นางถูกฮุ่ยฉางจ้ายหญิงแพศยาผู้นั้นหยามหน้า บัดนี้ความแค้นอัดแน่นอยู่เต็มอก จึงรีบมาหาพระสนมซู
นางต้องไต่เต้าขึ้นไปให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม! นางจะล้างความอัปยศและชำระแค้นในวันนี้ให้จงได้
ทว่าไม่คาดคิดว่าเมื่อเข้ามา กลับเห็นพระสนมซูกำลังตำหนิอวี้กุ้ยเหรินอยู่
อวี้กุ้ยเหรินคุกเข่าอยู่บนพื้น ปล่อยให้พระสนมซูระบายโทสะใส่
“เปิ่นกงให้เจ้าช่วยรักษาอำนาจช่วยอภิบาลภายในตำหนักทั้ง 6 ไว้ แล้วเจ้าทำอะไรลงไป? บัดนี้ฮ่องเต้มีรับสั่งด้วยพระองค์เอง ห้ามเปิ่นกงยุ่งเกี่ยวกับกิจการทั้งหกตำหนัก บอกเปิ่นกงมา เปิ่นกงควรทำเช่นไร!”
การถูกลดตำแหน่งและกักบริเวณก็นับเป็นความอัปยศใหญ่หลวงแล้ว หลายวันนี้นางให้คนส่งสิ่งของที่ฮ่องเต้เคยมอบให้ก่อนนางเข้าวังไปยังตำหนักไท่เหออยู่บ่อยครั้ง ก็เพื่อให้ฮ่องเต้หวนระลึกถึงวันวานที่นางคอยติดตามอยู่เบื้องหลัง เรียกพระองค์ว่า ‘พี่รัชทายาท’
ให้หวนคิดถึงความผูกพันที่ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเยาว์ รู้ใจกันโดยไร้เดียงสา ทว่าสิ่งของมากมายที่ส่งไปกลับไร้ข่าวคราวประหนึ่งหินจมทะเล
นอกจากการกักบริเวณจะไม่มีกำหนดสิ้นสุดแล้ว สิ่งที่รออยู่อีกอย่างคือการถูกริบอำนาจช่วยอภิบาลภายในตำหนักทั้ง 6!
