ด้านนอกวังในยามนี้ บิดาและบุตรชายทั้งสามแห่งตระกูลกู้ถูกเหล่าขุนนางร่วมราชสำนักรายล้อม ต่างพากันเข้ามาแสดงความยินดี ทั้งสามเพียงตอบรับตามมารยาท วางตัวไม่ถ่อมตนจนเกินไปและไม่หยิ่งยโส
ผู้คนมากมายที่คลุกคลีอยู่ในราชสำนักต่างเข้าใจดีว่า เหตุใดจู่ ๆ จึงได้เลื่อนตำแหน่ง
ทั้งไม่มีผลงานและไม่เคยแสดงความสามารถโดดเด่น แต่กลับฝ่าการกดขี่จากขุนนางชั้นแล้วชั้นเล่า ได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากฮ่องเต้ต่อเนื่อง นั่นก็เพราะตระกูลกู้มีสนมคนโปรดอยู่ผู้หนึ่งมิใช่หรือ!
แม้จะมีคนมาแสดงความยินดี แต่ก็มีผู้คนที่นึกถึงเวินฟู่อันขึ้นมา
“ท่านโหวหย่งอี้ ได้ยินมาว่ากุ้ยเหรินว่านในวังหลังได้รับพระเมตตาอย่างล้นเหลือ ครานี้พี่น้องตระกูลกู้ทั้งสองได้เลื่อนตำแหน่ง กลายเป็นผู้มีอำนาจโดดเด่นในชั่วพริบตา เหตุใดฮ่องเต้จึงไม่เห็นแก่หน้ากุ้ยเหรินว่าน แล้วเลื่อนตำแหน่งให้ท่านผู้เป็นบิดาก่อนเล่า?”
เวินฟู่อันไม่พอใจอยู่แล้ว ยามนี้จึงกำแผ่นป้ายขุนนางในมือแน่น สีหน้าแข็งค้างจนฝืนยิ้มไม่ออก “ฮ่องเต้จะทรงเลื่อนตำแหน่งให้ผู้ใด ก็เพราะทรงเห็นความสามารถของผู้นั้น เกี่ยวอันใดกับเฟยผินในวังหลังเล่า”
ยามนี้เขาฝืนรักษาหน้าจนตนเองต้องทนทุกข์ สายตาจับจ้องคนตระกูลกู้ที่อยู่ทางนั้น กัดฟันแน่นจนแทบแหลก
แม้เขาจะมีบรรดาศักดิ์ท่านโหว แต่ก็เป็นเพียงตำแหน่งเปลือกนอก บัดนี้รับหน้าที่เพียงผู้บัญชาการกองกำลังม้าประตูตะวันออก อนาคตมืดมน คิดไม่ถึงว่าบุตรสาวอกตัญญูผู้นี้จะยกโอกาสเลื่อนตำแหน่งเช่นนี้ให้ตระกูลกู้!
เวินฟู่อันยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ พอดีกับที่บิดาและพี่น้องตระกูลกู้กำลังจะออกจากวัง เขาจึงตรงเข้าไปขวางไว้
