ฮองเฮาร้อนใจดั่งไฟสุมอก นั่งไม่ติดที่
เพราะนางรู้ดีว่าหากเรื่องนี้พัวพันถึงสนมลาน โทษหนักที่สุดก็คือการถูกลดตำแหน่ง
หากตำแหน่งผินว่างลง ด้วยความโปรดปรานที่ฮ่องเต้มีต่อเวินอวิ๋นเหมียนในยามนี้ เกรงว่าอีกไม่นานเวินอวิ๋นเหมียนก็จะขึ้นมาแทนที่นาง
ทุกสิ่งที่ฮองเฮาทำล้วนมีเป้าหมายเพื่อกดเวินอวิ๋นเหมียน อย่างน้อยก็ต้องกดนางให้อยู่ใต้ตำแหน่งเจ้าตำหนัก จึงจะควบคุมได้ง่าย หากปล่อยให้นางขึ้นเป็นผินจริง เกรงว่าปีกของนางคงกล้าแข็ง
สนมลานขอบตาแดงก่ำ มองฮ่องเต้แล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาท หม่อมฉันมิได้ทำจริง ๆ หม่อมฉันมิได้คิดทำร้ายกุ้ยเหรินว่าน หม่อมฉันไม่เคยแก่งแย่งความโปรดปราน แล้วจะไปทำร้ายสนมที่กำลังเป็นที่โปรดปรานด้วยเหตุใด เรื่องเช่นนี้ก็ไม่มีประโยชน์ต่อหม่อมฉันแม้แต่น้อย”
ฮองเฮาหรี่ตาลงเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าสนมลานจะยังพอมีไหวพริบอยู่บ้าง ยามนี้อ๋องปานเอ่อร์ปู้ก็อยู่ในราชสำนัก หากโยนความผิดนี้ให้ฉุนกุ้ยเหริน ฮ่องเต้ย่อมไม่ลงโทษนางหนัก เพราะเห็นแก่ปานเอ่อร์ปู้และธรรมเนียมเกี่ยวดองระหว่างราชสำนักที่สืบทอดมานับร้อยปี
ฮองเฮาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนรีบเอ่ยปาก ทว่าเวินอวิ๋นเหมียนกลับยกมือกุมอกด้วยท่าทางตื่นตระหนก ทั้งยังบีบน้ำตาออกมาได้ “พี่ลาน ข้ากับท่านไร้ความแค้นต่อกัน เหตุใดจึงคิดทำร้ายข้า หรือเป็นเพราะมีคนทนเห็นฮ่องเต้โปรดปรานข้าไม่ได้ จึงสั่งให้ท่านทำร้ายผู้อื่นหรือ?”
สนมลานชะงักไป เมื่อครู่นางเพิ่งพูดเองว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะทำร้ายเวินอวิ๋นเหมียน บัดนี้เวินอวิ๋นเหมียนกลับบอกว่ามีคนตำแหน่งสูงสั่งนางทำ เช่นนี้มิเท่ากับผลักนางขึ้นแท่นประหารหรอกหรือ!
สนมลานขยับเข่าคลานไปข้างหน้า น้ำตานองหน้า “ฝ่าบาท หากหม่อมฉันคิดทำร้ายคน ต่อให้ต้องซ่อนผงพิษไว้ในท้องนกเพื่อทำลายหลักฐาน ก็ควรโยนไปไว้ในตำหนักของสนมคนอื่น เหตุใดจึงต้องนำไปวางไว้ใต้ชายคาตำหนักของตนเอง รอให้คนมาพบด้วยเล่า!”
