ฮองเฮาพลันหมดสติ ทุกคนรีบประคองนางไปยังตั่งนุ่มด้านข้าง
จวินเฉินอวี้ก้าวฉับ ๆ เข้าไป “รีบถวายการรักษาฮองเฮา!”
โชคดีที่หมอหลวงอยู่ใกล้ ๆ จึงรีบเข้าไปตรวจพระอาการ
หมอหลวงจางผู้เป็นหัวหน้ารับพระบัญชาให้จับชีพจรฮองเฮา ทว่าสีหน้ากลับเคร่งขรึมขึ้นอย่างฉับพลัน
จวินเฉินอวี้ประทับนั่งข้าง ๆ ด้วยความห่วงใย “ฮองเฮาเป็นอะไรไปกันแน่?”
หมอหลวงจางรีบกราบทูล “ทูลฮ่องเต้ พระอาการของฮองเฮาเหนียงเหนียงเข้าขั้นวิกฤต ลมหายใจปั่นป่วน ชีพจรอ่อนแรง หากไม่หาสาเหตุของโรคให้พบ เกรงว่าจะเป็นอันตรายพ่ะย่ะค่ะ!”
หมอหลวงจางได้รับความไว้วางพระทัยจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นผู้มีประสบการณ์สูงสุดในกรมหมอหลวงยามนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าสงสัยในคำพูดของเขา
แววอำมหิตวาบผ่านดวงตาสนมซู นางส่งสายตาให้สำนักโหรหลวง
เมื่อเข้าใจเจตนา สำนักโหรหลวงก็รีบคุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต้ “ฮ่องเต้ พระอาการของฮองเฮาเหนียงเหนียงวิกฤตถึงเพียงนี้แล้ว หากยังปล่อยว่านกุ้ยเหรินไว้ เกรงว่าฮองเฮาคงประคองพระวรกายไม่พ้นวันนี้พ่ะย่ะค่ะ!”
สนมซูหรี่ตาลงอย่างเย็นชา แม้เวินอวิ๋นเหมียนจะรอดพ้นจากวิชากู่มาได้ ทว่าพระวรกายของฮองเฮายามนี้อ่อนแอ เมื่อประมุขฝ่ายในประชวร ข่าวลือเช่นนี้ก็พอจะบดขยี้เวินอวิ๋นเหมียนได้!
วันนี้นางแพศยาผู้นี้ไม่มีทางหนีรอดไปได้ไม่ว่าทางใด
ถือเสียว่าเป็นการส่งลู่เยวี่ยไปพร้อมกัน!
ซั่วชุนประคองฮองเฮาด้วยความเป็นห่วง “หมอหลวงจาง บ่าวมีเรื่องอยากถามเจ้าค่ะ แม้พระวรกายของฮองเฮาจะอ่อนแอ แต่ก็ไม่น่าจะทรงประชวรขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทว่าหลังเสวยยาต้มเหล่านั้นในช่วงหลายวันนี้ พระอาการกลับทรุดหนักลง บ่าวบังอาจคาดเดาว่า ยาเหล่านั้นอาจมีปัญหาหรือไม่เจ้าคะ?”
