อวิ๋นหย่างเฉลียวฉลาดนัก นางเข้าใจความหมายของเวินอวิ๋นเหมียน จึงกล่าวว่า “หากฮองเฮายินดีช่วยนายหญิงน้อย เส้นทางของนายหญิงน้อยย่อมราบรื่นขึ้น ทั้งไม่เสียเปล่าที่วันนี้วางแผนไว้ในงานเลี้ยงในวัง”
เวินอวิ๋นเหมียนเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว ยามนี้นางกำลังได้รับความโปรดปรานอย่างสูง เสื้อชั้นในผ้าไหมที่สวมใส่จึงนุ่มสบายเป็นพิเศษ
เรือนร่างอ้อนแอ้นอ่อนช้อยแต่มีส่วนเว้าส่วนโค้งของนางเอนพิงตั่งนุ่ม มือประคองชาร้อนดอกพุดตานชั้นดีไว้ถ้วยหนึ่ง ช่วยขจัดความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน
“วันนี้พวกเจ้าทำได้ดีทีเดียว”
อวิ๋นหย่างยิ้มกล่าว “ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะนายหญิงน้อยสั่งการได้ดี ทว่าเรื่องหนึ่งวันนี้ทำให้บ่าวประหลาดใจ ตอนแรกนายหญิงน้อยสั่งบ่าวกับกงกงหมิงและคนอื่น ๆ ให้นำของที่มีผงพิษไปวางไว้ในตำหนักอี๋ชุนของสนมลาน ระหว่างที่กรมอาญากับกองทหารราชวังตรวจค้นวังหลวง”
“แต่ไม่คิดว่าจะมีคนจงใจนำทางคนจากกรมอาญาไปยังตำหนักชั่วเหอของฉุนกุ้ยเหริน ตอนนั้นบ่าวรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล นึกว่ามีคนต้องการทำร้ายฉุนกุ้ยเหรินจนแผนการของพวกเราพลอยรวนไปด้วย ใครจะคิดว่าพวกเขากลับค้นไม่พบสิ่งใด แผนการของพวกเราจึงสำเร็จ”
เวินอวิ๋นเหมียนขมวดคิ้ว จิบชาร้อนหนึ่งคำ “เป็นฝีมือฮองเฮา ข้านึกว่าพวกเจ้าคงเข้าใจเสียอีก”
วันนี้เมื่อเห็นซั่วชุนออกไป เวินอวิ๋นเหมียนก็เดาได้แล้วว่าฮองเฮากำลังจะลงมือ
นางคิดว่าฮองเฮาจะใส่ร้ายผู้อื่น แต่ไม่คิดว่าในความชุลมุนกลับนำของไปวางไว้ในตำหนักชั่วเหอ
คิดดูแล้วคงเป็นเพราะนึกถึงท่านอ๋องปานเอ่อร์ปู้ ฮ่องเต้จึงไม่ลงโทษฉุนกุ้ยเหรินหนักนัก
อีกประการหนึ่ง ฮองเฮาต้องการยุแยงให้นางกับฉุนกุ้ยเหรินบาดหมางกัน
โชคดีที่ฮองเฮาไม่สำเร็จ
