ขากลับ เวินอวิ๋นเหมียนกำชับอวิ๋นหย่างกับอวิ๋นเฟยเป็นพิเศษว่า “เรื่องวันนี้ห้ามแพร่งพรายออกไป”
“บ่าวเข้าใจแล้ว” ทั้งสองรีบพยักหน้า
ฉินกุ้ยเหรินกับซูฉางจ้ายมารออยู่ก่อนแล้ว พอเห็นเวินอวิ๋นเหมียนกลับมา ต่างก็พากันเดินเข้ามาต้อนรับ
“เหนียงเหนียงเสด็จไปที่ใดมาหรือ ถึงได้กลับมาช้านัก” ฉินกุ้ยเหรินเอ่ยยิ้ม ๆ พลางเดินมาหยุดข้างกายเวินอวิ๋นเหมียน
เวินอวิ๋นเหมียนนั่งลงก่อนจึงเอ่ยว่า “หลังออกจากตำหนักไท่เหอก็เดินเล่นไปเรื่อย พวกน้องหญิงทั้งสองมาที่นี่ด้วยเหตุใดหรือ”
ฉินกุ้ยเหรินยิ้มอย่างยั่วยวน เรือนร่างอ้อนแอ้นอรชร ยามนั่งลงก็ยังเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวน
“วันนี้ฮองเฮามีพระบัญชาให้เลือกเฟยผินที่จะติดตามไปตำหนักพักผ่อนจาวเหอ เมื่อครู่ข้ากับน้องซูเพิ่งออกจากตำหนักเฟิ่งอี๋ จึงแวะมาหาพี่หญิง”
เวินอวิ๋นเหมียนรู้ว่าฉินกุ้ยเหรินเป็นคนละเอียดรอบคอบ คราวนี้มาเยือนย่อมมีเรื่องอยากบอกนาง จึงให้อวิ๋นเฟยเชิญคนในตำหนักออกไปจนหมด
เมื่อรอบด้านไร้ผู้คน ฉินปี้เยวี่ยจึงกล่าวว่า “เมื่อครู่ฮองเฮามีรับสั่งเรื่องเฟยผินที่จะไปตำหนักพักผ่อน เดิมทีทุกคนกำลังจะกลับแล้ว แต่กุ้ยเหรินอี้กลับรั้งอยู่ที่ตำหนักเฟิ่งอี๋”
แววตาเวินอวิ๋นเหมียนหรี่ลง นับแต่เซียวเจียวเจียวย้ายออกจากตำหนักเหยาหวา ช่วงนี้นางก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก
ตอนเซียวเจียวเจียวเพิ่งถูกฮ่องเต้พากลับมาจากตำหนักพักผ่อนจาวเหอ เวินอวิ๋นเหมียนก็เคยคิดว่าผู้บงการเบื้องหลังเรื่องนี้น่าจะเป็นฮองเฮา
อย่างไรเสีย ผู้ที่ทำให้ข่าวซึ่งเซียวเจียวเจียวถูกไทเฮาลงโทษด้วยน้ำเย็นแพร่เข้ามาในวังได้ ก็มีเพียงฮองเฮาเท่านั้น
