อาภรณ์ไหมเนื้อนุ่มลื่นไหลยับยู่ยี่คลุมเรือนร่างของนางไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ จวินเฉินอวี้กุมเอวคอดของนางไว้แน่น “จงกล่าวว่าเจ้ารักเราที่สุด”
ทว่าเวินอวิ๋นเหมียนกลับมีน้ำตาคลอหน่วย นางดื้อรั้นไม่ยอมพูด ต่อให้เขาบีบคางไว้ นางก็ยังไม่ยอมเอ่ย
ดวงตาดำขลับอ่อนโยนคู่นั้นเผยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างลึกล้ำ
แต่ยามนี้จวินเฉินอวี้ไหนเลยจะมองเห็นความน้อยใจของนาง เขาคิดเพียงว่าเวินอวิ๋นเหมียนไม่รักเขา แม้แต่ถ้อยคำปลอบประโลมเช่นนี้ยังไม่ยอมเอ่ย
“หลังเข้าวังมา เจ้าเอาแต่ปฏิบัติต่อเราอย่างขอไปทีใช่หรือไม่?”
แล้วที่เจ้าคอยเอาใจเรา ทำให้เราใส่ใจเจ้า หมายความว่าอย่างไร?
เขาไม่ได้กล่าวประโยคหลังออกมา ทว่าเส้นเลือดที่ลำคอกลับปูดโปน บ่งบอกถึงความขุ่นเคืองและโทสะของเขาแล้ว
เวินอวิ๋นเหมียนถูกเขาปรนเปรอจนแก้มแดงราวแต้มชาด จังหวะของนางถูกเขาควบคุมไว้ทั้งหมด เขาต้องการลงโทษนาง บีบคั้นให้นางเอ่ยว่ารัก แรงที่ใช้จึงยิ่งกร้าวกระด้าง
“เป็นฮ่องเต้ต่างหากที่ไม่เชื่อหม่อมฉัน ฟังคำเล่าลือมาแล้ว บัดนี้ยังจะโทษหม่อมฉันอีกหรือเพคะ” นางน้อยใจจนแพขนตาสั่นระริก
จวินเฉินอวี้รู้ว่านางถนัดเอาใจผู้คนที่สุด ยามนี้ทั้งที่รู้ว่าเขากำลังเดือดดาล ต่อให้นางใช้ถ้อยคำหวานหูสักสองสามคำมาปลอบก็ยังได้ แต่ท่าทีเช่นนี้ของนางชัดเจนว่าไม่ใส่ใจ
หรือจะกล่าวว่าเพราะใส่ใจฉินเจามากเกินไป จึงไม่ยอมเอ่ยว่ารักเขา
เขาได้ฟังคำเล่าลือมาก็จริง แต่เรื่องในปีนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีมูล เขานึกเสียใจที่ไม่ได้ส่งคนไปสืบข่าวล่วงหน้า ว่าฉินเจาเคยรู้จักนางนอกวังหรือไม่
