ยามนี้ ในสายพระเนตรของฮ่องเต้ที่ทอดมองเวินอวิ๋นเหมียน มีแต่ความชื่นชมอย่างลึกซึ้ง ราวกับพระองค์เองก็ทรงเห็นว่านางจะนำโชคดีมาให้
เวินอวิ๋นเหมียนคลี่ยิ้มบาง ๆ นางรู้ว่าจวินเฉินอวี้ในฐานะจักรพรรดิผู้ครองแผ่นดินให้ความสำคัญกับปรากฏการณ์บนท้องฟ้ามาโดยตลอด ดังนั้น ณ เวลานี้ เวินอวิ๋นเหมียนจึงเชื่อมั่นว่า ในพระทัยของฮ่องเต้ นางย่อมมีความสำคัญเหนือกว่าเฟยผินคนอื่น ๆ อย่างแน่นอน
และนี่ก็คือก้าวแรกที่เวินอวิ๋นเหมียนตั้งใจจะเดิน
ก้าวต่อไปก็คือเขี่ยสนมลานออกจากกระดาน!
หลังจากทุกคนยินดีกันแล้ว จวินเฉินอวี้ก็ทอดพระเนตรไปยังสนมลานที่ยืนกระสับกระส่ายอยู่ด้านข้าง
ทุกคนยังจำการเดิมพันเมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี เหล่าเฟยผินที่ไม่ยอมเชื่อเวินอวิ๋นเหมียน ทั้งยังกล่าววาจาดูหมิ่นนาง ต่างพากันหุบปากอย่างกระอักกระอ่วน บางคนแทบอยากหดหัวเป็นเต่าเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น
กลับกลายเป็นสนมลานที่ตกเป็นเป้าสายตา นางมองฮองเฮาเพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่ยามนี้ฮองเฮาไม่มีเวลาสนใจนาง เพราะเมื่อครู่ตอนฮองเฮาตรัส ฮ่องเต้กลับไม่สนพระทัย เรื่องนี้ทำให้ฮองเฮารู้สึกถึงลางไม่ดี
หากนางช่วยขอความเมตตาให้สนมลานอีก ไม่แน่ว่าฮ่องเต้อาจจะยิ่งกริ้ว
นางกับฮ่องเต้ให้เกียรติกันและกัน ใช้ชีวิตฉันสามีภรรยามาหลายปี แม้จะไม่ได้รับความโปรดปรานเท่าเฟยผินคนอื่น ๆ แต่การนั่งตำแหน่งฮองเฮาอย่างมั่นคงก็ทำให้นางได้รับความเคารพจากฮ่องเต้ไม่น้อย
เพราะฉะนั้น ฮองเฮาจึงไม่อยากทำลายภาพลักษณ์ผู้เพียบพร้อมที่ยังหลงเหลืออยู่ในพระทัยของฮ่องเต้
เมื่อเห็นฮองเฮาไม่สนใจตน หัวใจของสนมลานก็จมดิ่งลงทันที ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยขอความเมตตา เวินอวิ๋นเหมียนกลับเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน
“ฮ่องเต้ เมื่อครู่หม่อมฉันกับพี่หญิงสนมลานเดิมพันกันไว้ มิสู้ยกเลิกไปเสียเถิดเพคะ คิดว่าพี่หญิงลานเองก็คงเป็นห่วงราษฎรทั้งหลาย อีกอย่าง แม้ฤกษ์มงคลจะเป็นพี่หญิงลานกำหนด แต่สภาพอากาศยากจะคาดเดา บัดนี้พิธีขอพรผ่านพ้นไปด้วยดีแล้ว เพื่อให้ได้ลางดี มิสู้ยุติเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้เถิดเพคะ”
