ทั่วทั้งตำหนักชีเสียสว่างไสวด้วยแสงโคม จวินเฉินอวี้เร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังตำหนักไห่ถัง เหล่าหมอหลวงก็รีบรุดตามมาด้วย ไม่มีผู้ใดกล้ารั้งรอแม้แต่น้อย
ยามเวินอวิ๋นเหมียนออกมา ก็เห็นองครักษ์หน้าเบื้องพระโขนซึ่งคอยถวายอารักขาฮ่องเต้อยู่ตลอดเวลาล้อมตำหนักชีเสียไว้แล้ว ขันทีและนางกำนัลต่างตามกันมาหยุดอยู่ด้านนอกตำหนักไห่ถัง
สมกับเป็นโอรสสวรรค์ผู้สูงส่ง ไม่ว่าจะเสด็จไปแห่งใดก็มีขบวนยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
อวิ๋นหย่างประคองเวินอวิ๋นเหมียนไว้ “นายหญิงน้อย พวกเราต้องไปด้วยหรือไม่?”
“ฉุนกุ้ยเหรินพักอยู่กับพวกเรา เมื่อนางเกิดเรื่อง ฮ่องเต้ก็เสด็จมาแล้ว หากพวกเราไม่ไปด้วยคงไม่เหมาะสม”
ขณะที่เวินอวิ๋นเหมียนกำลังจะมุ่งหน้าไปยังตำหนักไห่ถัง จู่ ๆ ก็มีมือเรียวคู่หนึ่งยื่นมาจากด้านข้างคว้าแขนนางไว้
แสงโคมส่องมาไม่ถึงบริเวณนี้ เวินอวิ๋นเหมียนหันมองอย่างประหลาดใจ “หรงเฟยเหนียงเหนียง?”
“ตามข้ามา” หรงเฟยเอ่ยเสียงอ่อนโยน ทว่าไม่ได้ฟังดูอ่อนแรงแม้แต่น้อย
……
ภายในตำหนักไห่ถัง ฉุนกุ้ยเหรินเจ็บปวดจนเหงื่อเย็นชุ่มกาย หลังเหล่าหมอหลวงผลัดกันตรวจรักษานางแล้ว จึงรีบไปกราบทูลจวินเฉินอวี้
พระพักตร์หล่อเหลาคมคายของจวินเฉินอวี้ฉายความมืดมนเย็นเยียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปหาเรื่อง ต่างยืนตัวแข็ง ไม่กล้าแม้แต่หายใจแรง
เมื่อเห็นหมอหลวงเข้ามา จวินเฉินอวี้จึงขมวดคิ้วตรัสถาม “ครรภ์ของฉุนกุ้ยเหรินเป็นอย่างไรบ้าง?”
“กราบทูลฮ่องเต้ เมื่อครู่กระหม่อมตรวจชีพจรฉุนกุ้ยเหริน จึงพบว่าสาเหตุที่นางปวดท้องขึ้นมากะทันหันเป็นเพราะถูกพิษ แต่โชคดีที่บัดนี้กระหม่อมฝังเข็มขับพิษออกมาได้แล้ว พระโอรสในครรภ์ของฉุนกุ้ยเหรินปลอดภัยดี เพียงแต่จากนี้ต้องดูแลประคับประคองอย่างระมัดระวังพ่ะย่ะค่ะ”
ดวงตาคมกริบของจวินเฉินอวี้ฉายแววเย็นชา “ถูกพิษ?”
บรรยากาศภายในตำหนักพลันเย็นยะเยือกลง จวินเฉินอวี้มีสีหน้าเย็นชาราวน้ำแข็ง “ถึงกับมีคนกล้าวางยาพระโอรสของเราอย่างโจ่งแจ้ง ช่างกำเริบเสิบสาน!”
