ท่านป๋อหานหยิบสิ่งของออกมาจากแขนเสื้อ “ฮ่องเต้ นี่คือกำไลที่กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงประทานแก่บ่าวพ่ะย่ะค่ะ”
เวินอวิ๋นเหมียนมองกำไลวงนั้น แล้วนึกขึ้นได้ว่าเป็นของที่นางตั้งใจให้คนนำไปมอบให้ก่อนหน้านี้ เพื่อช่วยเหลือตระกูลกู้ ดูท่าเขาคงลอบขโมยออกมา
จางหู่หยิบของที่ได้รับพระราชทานออกมาจากตัวเช่นกัน ทั้งยังกล่าวว่า “ทูลฮ่องเต้ กระหม่อมยังมีจดหมายที่กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงทรงเขียนด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ”
กงกงลู่ส่งมอบของทั้งหมดของเขาให้ฮ่องเต้
จวินเฉินอวี้มองลายมือบนจดหมาย พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงเนตรหงส์คู่นั้นยากจะหยั่งถึง ทั้งยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใด
“จดหมายเหล่านี้เป็นกุ้ยเฟยให้คนนำไปส่งถึงเจ้าหรือ?”
จางหู่รีบพยักหน้า “ฮ่องเต้ หากกระหม่อมสารภาพตามจริง ฮ่องเต้จะทรงไว้ชีวิตกระหม่อมได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมไม่กล้าร่วมมือกับกุ้ยเฟยทำชั่วอีกแล้วจริง ๆ”
พระโอษฐ์บางของจวินเฉินอวี้ขยับเล็กน้อย “ย่อมได้ ขอเพียงเจ้าพูดความจริง เราจะไว้ชีวิตเจ้า”
จางหู่ประหนึ่งมองเห็นความหวัง เขากล่าวอย่างกระวนกระวาย “ทั้งหมดนี้กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงส่งมา ทุกครั้งที่ส่งมา เหนียงเหนียงจะกำชับให้กระหม่อมเขียนขึ้นใหม่อีกฉบับ แล้วนำไปส่งให้ติ้งชินอ๋อง มีเพียงวิธีนี้จึงจะไม่ถูกจับได้พ่ะย่ะค่ะ”
จวินเฉินอวี้มองจดหมายเหล่านั้น แต่ละฉบับล้วนเปิดเผยข้อมูลทางการทหารสารพัด
เขาไม่เผยอารมณ์ทางสีหน้า มิได้กล่าวสิ่งใดมาก เพียงถามต่อว่า “เจ้าหมายความว่า กุ้ยเฟยให้เจ้านำจดหมายไปส่งให้ติ้งชินอ๋องด้วยตนเองทุกครั้งหรือ?”
ขนตาของเวินอวิ๋นเหมียนไหวระริก นางจับจ้องบุรุษบนบัลลังก์สูง
จางหู่เห็นได้ชัดว่าทนรับการซักถามของฮ่องเต้แทบไม่ไหว แม้จะเป็นเพียงบทสนทนาธรรมดา แรงกดดันจากองค์จักรพรรดิก็ทำให้เขาตื่นตระหนกจนสมองขาวโพลน
คนไร้ชื่อเสียงอย่างเขา หากมิใช่เพราะต้องการใส่ร้ายกุ้ยเฟย ไหนเลยจะมีสิทธิ์คุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต้
แต่การใส่ร้ายสตรีของฮ่องเต้ก็ทำให้เขาหวาดหวั่นจนใจสั่น
เขาอดสงสัยซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้ว่า ฮ่องเต้จะถูกหลอกได้ง่ายถึงเพียงนั้นจริงหรือ? นั่นคือโอรสสวรรค์ ผู้ปกครองใต้หล้า เป็นนายเหนือหัวของราษฎรทั้งปวง
