สุรเสียงของจวินเฉินอวี้เย็นเยียบถึงกระดูก “เจิ้นกำลังบีบบังคับเจ้าหรือเจ้าเป็นฝ่ายรนหาที่ตายเอง!”
สีหน้ามืดครึ้มของเขาแฝงความเย็นชาอันเคร่งขรึม ราวกับพายุฝนกำลังจะโหมกระหน่ำ น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก
ในดวงตาของจวินอวิ๋นโจวมีแววสมใจ เขาตั้งใจจะเห็นเสด็จพี่แตกหักกับนาง หากทำให้กุ้ยเฟยเสียสติได้ยิ่งดี เช่นนี้ผู้ที่ล่วงเกินพระพักตร์มังกรก็มีแต่ทางตายเท่านั้น
คนที่เสด็จพี่โปรดปรานล้วนสมควรตาย
ทว่าสีหน้าของหนิงซวงเสวี่ยกลับไม่สู้ดีนัก
ความรู้สึกของสตรีมักละเอียดอ่อนกว่าบุรุษอยู่หลายส่วน
ยามนางมองฮ่องเต้ นางเห็นความโกรธและผิดหวังในดวงตาของเขา ทว่าอารมณ์เหล่านั้นกลับพุ่งตรงไปยังสตรีอีกคน
หนิงซวงเสวี่ยรู้ดีแก่ใจ หากไม่ใส่ใจคนผู้หนึ่ง หรือเห็นนางเป็นเพียงของเล่น ก็ไม่มีทางทำให้เขาเกิดอารมณ์เช่นนี้ได้
เรื่องใส่ร้ายในวันนี้ หนิงซวงเสวี่ยเห็นชัดแจ้ง ตั้งแต่เมื่อครู่ที่ฮ่องเต้ตรัสว่า ขอเพียงเวินอวิ๋นเหมียนสังหารเชลยผู้นี้ได้ ก็จะทรงละเว้นนางและไม่เอาความ
นี่เป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นคบคิดกับศัตรูและทรยศแผ่นดิน ทว่าในสายพระเนตรของฮ่องเต้ ขอเพียงจิตใจของกุ้ยเฟยยังอยู่ข้างพระองค์ พระองค์ก็พอพระทัยแล้ว
เพราะตระหนักถึงเรื่องนี้ หนิงซวงเสวี่ยจึงเกิดความหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
หรือสามีของนางจะรักสตรีอื่นเข้าแล้วจริง ๆ?
เมื่อเห็นบุรุษที่ควรครองคู่กันไปชั่วชีวิตกำลังโกรธ ผิดหวัง และเสียใจเพราะสตรีอื่น หนิงซวงเสวี่ยจะทนรู้สึกเจ็บปวดได้อย่างไร
บัดนี้นางแทบอยากให้เวินอวิ๋นเหมียนตายเสียเดี๋ยวนี้
นางแพศยาที่ฉวยโอกาสยามนางจากข้างกายเฉินอวี้ไป กล้าดีอย่างไรมามีชีวิตอยู่บนโลกนี้!
จวินเฉินอวี้ข่มเพลิงโทสะไว้ในอก เมื่อเห็นเวินอวิ๋นเหมียนไม่ยอมลงมือกับบุรุษผู้นั้น เขากำลังจะเอ่ยถาม ทว่าพอเห็นผู้คนในตำหนักมากมาย ก็ขมวดคิ้วแล้วตวาดอย่างเกรี้ยวกราด “ไสหัวออกไปให้หมด!”
จวินอวิ๋นโจวชะงักไป “เสด็จพี่ เรื่องนี้สืบจนกระจ่างแล้ว จะทรงจัดการกุ้ยเฟยอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
“ไสหัวไป!”
จวินอวิ๋นโจวไม่กล้าพูดอีก ได้แต่ถอยออกไปก่อน
ทุกคนในตำหนักหวาดผวาจนรีบก้มหน้าลง แล้วเร่งฝีเท้าออกจากตำหนัก
