ทหารทั้งหมดกรูกันออกมาจากในเมือง สวมเกราะพร้อมรบ คบเพลิงทยอยสว่างไสวท่ามกลางสายฝน!
เสียงแตรศึกกึกก้องสะเทือนฟ้า สั่นไหวไปกับสายฝน บีบคั้นประสาทของผู้คนมากมาย!
คืนนี้จางโจวไร้การหลับใหลตลอดราตรี! ทุกครัวเรือนปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา นอกกำแพงเมืองมีบันไดพาดกำแพงตั้งขึ้นแล้ว!
แม่ทัพเฒ่าตูกูถือทวนในมือ ฝ่าสายฝนขึ้นไปบนกำแพงเมือง
ฉินเจาควบม้าตัวใหญ่ เกราะสีดำวาววับด้วยประกายมืดเย็นชวนขนลุก นิ้วยาวกำบังเหียนแน่น สายน้ำฝนชะล้างจนเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นบนหลังมือขาวซีด
“ฉินเจา! ในฐานะอ๋องต่างแซ่แห่งเทียนเฉา เจ้ามีทั้งศักดินาและเมืองขึ้น แต่กลับไม่รู้จักพอ เลือดตระกูลตู๋กูไหลเวียนอยู่ในกายเจ้าแท้ ๆ กลับก่อกบฏคิดก่อการวุ่นวาย! เจ้าช่างเป็นความอัปยศของตระกูลตู๋กู!”
แม้แม่ทัพเฒ่าตูกูจะผมหงอกขาวโพลน ทว่ายังคงเปล่งเสียงทรงพลัง เขากระแทกด้ามทวนลงกับพื้นจนสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่แววตาที่มองฉินเจากลับเย็นชาอย่างยิ่ง
เด็กที่เกิดจากศพผู้นี้สังหารมารดาแท้ ๆ ตั้งแต่ยังเล็ก คราวนั้นเขาไม่ควรฟังคำภรรยา ควรบีบคอเด็กชั่วนี่ให้ตายเสียตั้งแต่แรกเกิด
ฉินเจาแค่นยิ้มเย้ยหยัน “ความอัปยศหรือ? บัดนี้เจ้าสามารถได้รับความสำคัญจากจวินเฉินอวี้ จนถูกส่งมาประจำจางโจวเพื่อรับมือข้า คิดว่าอาศัยสิ่งใดกัน? ความสามารถของเจ้าหรือ?”
“ตูกูสง หากมิใช่ข้า ตระกูลตูกูของเจ้าคงไม่มีแม้แต่โอกาสรุ่งเรือง!”
แม่ทัพเฒ่าตูกูแค่นเสียงเย็นชา “อวดดี! คนอัปมงคลอย่างเจ้ายังกล้าพูดจาเหลวไหลอยู่ที่นี่อีกหรือ! เจ้าสังหารมารดาตนเอง วันนี้ข้าจะเอาชีวิตเจ้าเสียตรงนี้ ให้เจ้าชดใช้ความผิดต่อนาง!”
