ส่วนคนที่คอยเฝ้าหนิงซวงเสวี่ยมาโดยตลอด ต่างก็ทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง
ทุกคนต่างรู้ว่าหนิงซวงเสวี่ยคือคนในดวงใจของฮ่องเต้ ไม่มีใครกล้าแสดงท่าทีไม่เคารพต่อนาง
ทว่ากองทัพแนวหน้ากำลังต้องการเสบียงสนับสนุน กว่าจะลำเลียงมาจากด่านชายแดนได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ย่อมต้องส่งไปยังสนามรบ แล้วจะให้พวกเขาเฝ้าอยู่หน้าประตูที่นี่ตลอดได้อย่างไร
ครอบครัวของหนิงซวงเสวี่ยก่อเรื่องไม่เลิกรา ยังกล่าวอีกว่าหากพวกเขาจะไปแนวหน้า ก็ต้องพานางไปด้วย มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่ยอมรามือเด็ดขาด
พอเป็นเช่นนี้ เหล่าทหารจะกล้าไปแนวหน้าได้อย่างไร หากคนในดวงใจของฮ่องเต้ติดตามไปแล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น พวกเขาจะทูลฮ่องเต้อย่างไร
หัวหน้ากองยืนอยู่ด้านนอก หลังสู่ขุยรายงานเวินอวิ๋นเหมียนแล้ว จึงรีบก้าวเข้าไปในห้อง
“ถวายบังคมกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง”
เวินอวิ๋นเหมียนวางพู่กันวาดภาพในมือลง ก็ได้ยินหัวหน้ากองเอ่ยอย่างลำบากใจว่า “กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง แม่นางหนิงเอาแต่โวยวายอยู่ด้านนอก ยืนกรานจะไปแนวหน้าพร้อมกับเหล่าทหารที่ขนส่งเสบียง ยามนี้พวกโจรในเมืองผิงหยางอาศัยการสนับสนุนจากแคว้นเหนือ จึงกำเริบเสิบสานยิ่งนัก เผาบ้าน ฆ่าคน และปล้นชิงทรัพย์สินในเมือง”
