แก้มของนางแดงระเรื่อ คล้ายมีความเขินอายอยู่บ้าง ภายนอกทำทีปกปิด ทว่ากลับจงใจเผยท่าทีอ่อนหวานของสตรีต่อหน้าเวินอวิ๋นเหมียน
“ยามฮ่องเต้ออกรบ หากมีความต้องการก็เป็นเรื่องปกติ หม่อมฉันจึงได้ปรนนิบัติฮ่องเต้ หม่อมฉันไม่เคยมีโอกาสพูดคุยกับพี่หญิง วันนี้จึงตั้งใจมาแสดงความยินดีกับพี่หญิง”
แววตาของหนิงฉือจินเต็มไปด้วยพิษสง ทว่ากลับลอบพินิจเวินอวิ๋นเหมียนอย่างเงียบเชียบ
วันนี้นางมาด้วยจุดประสงค์สองประการ ประการแรก หมอตำแยหวังคนนั้นช่วยให้พระสนมหยวนเฟยคลอดบุตรอย่างปลอดภัย ทำให้นางพลาดโอกาสกำจัดพระสนมคนโปรด คิดว่าคงถูกซื้อตัวไปแล้ว
อีกฝ่ายจึงมีโอกาสสูงที่จะถูกพระสนมหยวนเฟยผู้เฉลียวฉลาดจับจุดอ่อนได้
นี่จึงเป็นจุดประสงค์ข้อแรกที่หนิงฉือจินมาที่นี่ เพื่อหยั่งเชิง!
หากเวินอวิ๋นเหมียนอับอายจนพาลโกรธ นางก็ยังมีแผนรับมืออีกอย่าง
ประการที่สอง วันนี้นางมาเพื่อยั่วโทสะเวินอวิ๋นเหมียน
นางได้ยินมาว่าสตรีที่เพิ่งคลอดบุตรอ่อนแอที่สุด และทนต่อการกระทบกระเทือนไม่ไหว เช่นนั้นนางก็จะทำให้เวินอวิ๋นเหมียนทั้งกายและใจบอบช้ำ
เมื่อร่างกายอ่อนแอแล้ว ยังจะมีทุนรอนใดมาแก่งแย่งกับนางอีก
“ที่แท้น้องหญิงก็ปรนนิบัติฮ่องเต้ตั้งแต่ยามออกรบ เช่นนั้นฮ่องเต้แต่งตั้งเจ้าเป็นผิน ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว”
หนิงฉือจินหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเวินอวิ๋นเหมียนไม่ได้มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อนาง
