เหล่าสนมได้รับการจัดเตรียมที่พักไว้ล่วงหน้าโดยคนจากหน่วยราชการ อุทยานหลวงแห่งนี้เย็นสบายในฤดูร้อน เพียงก้าวเข้ามาก็รู้สึกปลอดโปร่งสดชื่น
เพราะอุทยานหลวงกว้างใหญ่ยิ่งนัก ขันทีและนางกำนัลที่นี่จึงนำเหล่าสนมไปยังที่พัก
ฮองเฮาทรงมีพระวรกายบอบบาง ทั้งยังต้องบำรุงครรภ์ จึงขอตัวกลับไปก่อน
เซียวเจียวเจียวมองจวินเฉินอวี้ทั้งน้ำตา “ฮ่องเต้ หม่อมฉันขออยู่ข้างพระองค์ได้หรือไม่ หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก กลัวว่าจะถูกคนผลักให้จมน้ำอีก กลัวว่าจะไม่ได้พบฮ่องเต้อีก...”
สีหน้าเคร่งขรึมของจวินเฉินอวี้หม่นลงเล็กน้อย เขากำลังจะเอ่ยปาก ทว่ากลับเห็นเวินอวิ๋นเหมียนซึ่งกำลังจะจากไปพร้อมกับเหล่าสนม หลังจากคำนับเรียบร้อยแล้ว
เวินอวิ๋นเหมียนจงใจเงยหน้าขึ้น มองจวินเฉินอวี้แวบหนึ่งอย่างมีนัย
เพียงแววตาเดียว ก็ปล่อยให้เขาไปขบคิดเอาเอง
ลำคอของจวินเฉินอวี้ตึงขึ้นเล็กน้อย ใจคอไม่ค่อยดี แม้แต่มือที่ประคองเซียวเจียวเจียวก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมา
สายตาเขาหลุกหลิก ก่อนจะชักมือกลับอย่างแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง “เสี่ยวลู่จื่อ!”
กงกงลู่ไหวพริบดีไม่น้อย รีบสั่งให้นางกำนัลเข้ามาประคองอี้กุ้ยเหรินที่ยังคงมีสีหน้ามึนงงทันที
มุมปากของเวินอวิ๋นเหมียนแต้มรอยยิ้มจาง ๆ ดูท่าเขาคงเข้าใจแล้ว
จากนี้ก็จงค่อย ๆ ทบทวนตนเองไปเถิด
เมื่อเห็นเหล่าสนมทยอยขอตัวกลับ นางก็เพียงยอบกายเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “หม่อมฉันขอทูลลาก่อนเพคะ”
จวินเฉินอวี้ไม่แยแสผู้อื่น แต่เมื่อเห็นเวินอวิ๋นเหมียนกำลังจะจากไป เขามีบางอย่างอยากพูด ทว่าสุดท้ายก็กลืนถ้อยคำนั้นลงไป
นางกำลังโกรธอยู่หรือ?
เซียวเจียวเจียวไม่ยินยอมให้นางกำนัลประคอง จึงเรียกเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ “ฮ่องเต้...”
นางหวังเรียกความสงสารและความสนใจจากจวินเฉินอวี้ ทว่ายามนี้เขากลับมัวแต่รู้สึกผิด
“เราจะให้คนไปเก็บกวาดเรือนด้านหลังของตำหนักเยี่ยนโจวที่เราพำนักอยู่ ช่วงนี้เจ้าก็ไปอยู่ที่นั่น”
