“เจ้าทุ่มเทชีวิตรับใช้สนมซูถึงเพียงนี้ ยามนี้กลับเหนื่อยเปล่า ไม่เพียงทำงานไม่สำเร็จ ยังทำให้นางมีหลักฐานอยู่ในมือข้าอีกด้วย”
“ข้าแค่พาเจ้าไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ไม่แน่ว่าพอเจ้าออกจากหอพระราชบัณฑิต นางอาจสั่งคนมาเก็บเจ้าอย่างเงียบเชียบก็ได้”
ชิวขุยจะไม่รู้ได้อย่างไร นางสั่นเทิ้มมองเวินอวิ๋นเหมียน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว รีบถลาไปตรงหน้านาง ร่ำไห้ปานจะขาดใจ “นายหญิงน้อย บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวไม่ควรช่วยกุ้ยเฟยทำร้ายท่าน ขอท่านโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถิด!”
เวินอวิ๋นเหมียนครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนถาม “สนมซูให้ผลประโยชน์อะไรแก่เจ้า?”
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ชิวขุยก็รู้ว่าปิดบังต่อไปไม่ได้ จึงจำต้องสารภาพตามจริง “ที่บ้านบ่าวมีน้องชายสองคนกับบิดามารดาที่เจ็บป่วยหนัก พวกเขาขี้เกียจสันหลังยาว วัน ๆ เอาแต่ขอเงินจากบ่าว บ่าวแบกรับไม่ไหว พวกเขาก็ขู่ว่าจะตายให้ดู”
“ก่อนนายหญิงน้อยจะเข้าวัง ว่านกุ้ยเหรินเรียกบ่าวไปหา บอกให้บ่าวช่วยกุ้ยเหรินทำงาน แล้วจะเพิ่มเงินรางวัลให้ทุกเดือน บ่าวเลอะเลือนไปชั่วขณะจึงรับปาก ขอท่านโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถิด...”
เวินอวิ๋นเหมียนถาม “นางสั่งให้เจ้าทำอะไรบ้าง?”
ชิวขุยสารภาพทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ “คราวก่อนบ่าวเป็นคนเอายาเม็ดใส่ไว้ในบัวสายสีชมพู เรื่องที่ท่านมีบุตรยากครั้งนี้ก็เป็นบ่าวที่แพร่งพรายออกไป บ่าวนึกว่าเรื่องที่นายหญิงน้อยมีบุตรยากมิใช่มีแค่บ่าวที่รู้ จึงกล้าบอกว่านกุ้ยเหริน”
อวิ๋นเฟยแค่นเสียงเย็น “หมายความว่า ถ้าเจ้ารู้ว่ามีคนอื่นรู้ด้วย เจ้าก็จะระมัดระวังตอนทำร้ายนายหญิงน้อยให้มากขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ ไม่ใช่เจ้าค่ะ บ่าวไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
