ฮ่องเต้เสด็จกลับเมืองหลวงพร้อมขบวนยิ่งใหญ่ ทั้งยังมีองค์ประกันจากอีกหลายแคว้นติดตามมาด้วย
เมื่อเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงแล้ว พวกเขาก็กลายเป็นเครื่องต่อรองให้เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ของแคว้นเหล่านั้นประพฤติตนอย่างสงบเสงี่ยม
ครานี้อาณาเขตของเทียนเฉาเปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน นับเป็นช่วงที่มีผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ที่สุดในบรรดาฮ่องเต้เทียนเฉาทุกพระองค์ ย่อมมีคุณูปการเพียงพอให้สลักจารึกลงบนกระถางสำริด สืบทอดชื่อเสียงไปชั่วกาล
แม้จวินเฉินอวี้จะใส่ใจเรื่องในฝ่ายใน ทว่าราชกิจฝ่ายหน้าก็เป็นสิ่งที่เขายึดถือเป็นอันดับแรกเสมอ
ภายในตำหนักไท่เหอ เหล่าขุนนางต่างมีสีหน้าเบิกบาน
“ขอกราบทูลฮ่องเต้ แม่ทัพทั้งหลายที่ประจำการรักษาการณ์ในแคว้นต่าง ๆ ได้จัดการเรียบร้อยแล้ว ครอบครัวของพวกเขาจะออกเดินทางไปยังแต่ละแห่งในอีกสามวัน เพื่อไปสมทบกับแม่ทัพทุกท่านพ่ะย่ะค่ะ”
แม่ทัพประจำการอยู่ตามที่ต่าง ๆ ย่อมต้องตั้งหลักปักฐานที่นั่น เพราะหากถอนกำลังออกจากพื้นที่เมื่อใด ก็อาจเผชิญความวุ่นวายได้ทุกเมื่อ
ฉลองพระองค์มังกรสีดำของจวินเฉินอวี้ขับให้เขาดูสูงศักดิ์และน่าเกรงขามยิ่งขึ้นเมื่อประทับบนบัลลังก์มังกรสีทอง “อนุญาต!”
ขุนนางอีกคนถือแผ่นหยกขึ้นกราบทูล “ขอกราบทูลฮ่องเต้ อดีตฮ่องเต้แห่งแคว้นเหนือสวรรคตแล้ว บัดนี้ฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ได้ยินมาว่าพระองค์มีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต ใช้วิธีการเด็ดขาด เพิ่งขึ้นครองราชย์ก็สังหารขุนนางไปหลายคนเพื่อชำระราชสำนัก ทั้งยังมีใจคิดขยายอาณาเขตพ่ะย่ะค่ะ”
“เทียนเฉาทำศึกมาเนิ่นนาน หากเดินทัพขึ้นเหนือไปปราบปรามต่อ เกรงว่าจะไม่เหมาะพ่ะย่ะค่ะ”
