ม่านกำลังจะถูกเปิดออก เวินอวิ๋นเหมียนพลันคว้ามือเขาไว้
ดวงเนตรหงส์ของจวินเฉินอวี้หม่นลง จับจ้องมือเรียวบางคู่นั้น
นิ้วมือที่คุ้นเคย เมื่อกุมมือเขาไว้กลับทำให้จวินเฉินอวี้ใจลอยไปชั่วขณะ
เขารู้ว่าใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ม่านผืนนี้ ต้องเป็นคนที่เขาเฝ้าคะนึงหามาตลอดวันคืนอย่างแน่นอน
เมื่อวานกู้จงกั๋วถูกส่งมาที่นี่ ส่วนนางก็บังเอิญรออยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้พอดี
สตรีผู้มีใบหน้าคล้ายแงม่วน ทั้งยังมารอพบกู้จงกั๋วอยู่ที่นี่
เขาไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้
ลูกกระเดือกของจวินเฉินอวี้ขยับ เขาคิดจะกุมมือนางไว้ ทว่าเวินอวิ๋นเหมียนกลับสะบัดมือออกอย่างเย็นชา
มือของเขาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ในใจก็พลันโหวงเหวตามไปด้วย
“คุณชายท่านนี้ ท่านกับข้าไม่รู้จักกัน ท่านจะเสียมารยาทเปิดม่านของข้าเช่นนี้ เห็นทีจะไม่เหมาะกระมัง?”
จวินเฉินอวี้หลับตาลงครู่หนึ่ง ดวงเนตรหงส์เต็มไปด้วยความเย็นชา “หากเจ้าไม่ใช่นาง แล้วจะปกปิดอำพรางไปไย”
เวินอวิ๋นเหมียนมองเขา รู้สึกเพียงว่าน่าขัน
จวินเฉินอวี้สูงส่งเหนือผู้คนมาโดยตลอด เปี่ยมด้วยความหยิ่งทะนงและไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา
แม้หางตาจะขึ้นสีแดงจาง ๆ แต่น้ำเสียงของเขายังคงกร้าวกระด้างและเอาแต่ใจเช่นเดิม
เขาเกิดมาก็เป็นรัชทายาท ครั้นต่อมาก็ขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิ ไม่เคยรู้ว่าการก้มหัวให้ผู้อื่นนั้นรู้สึกเช่นไร และไม่เคยมีผู้ใดกล้าบังคับให้เขาก้มหัว
แต่นางจะทำให้จวินเฉินอวี้ร้องขอนาง
“คุณชายยืนกรานอยากเห็นก็ใช่ว่าจะไม่ได้ ท่านดึงดันตามหาภรรยาเช่นนี้ คงรักนางมากกระมัง เช่นนั้นก็วางท่าทีสูงส่งลง แล้วอ้อนวอนข้าสักหน่อย ให้ข้าได้เห็นความจริงใจที่ท่านมีต่อภรรยา”
แน่นอนว่านางรู้ว่าจวินเฉินอวี้มีวรยุทธ์สูงส่ง หากเขาอยากเห็นใบหน้านาง ย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย ทว่าเขาไม่ใช้กำลัง นั่นแสดงว่าเขารู้สึกผิดต่อนาง
