“ฮ่องเต้ ใต้เท้าเฉียว... เมื่อครั้งนั้นเขาช่วยหม่อมฉันไว้ หม่อมฉันพลัดพรากจากบิดามารดามาหลายปี เป็นใต้เท้าเฉียวที่ช่วยให้หม่อมฉันรอดตาย เขาคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตหม่อมฉัน”
หนิงฉือจินรู้ดีว่าการแปรพักตร์กลางคันของตนนั้นน่ารังเกียจเพียงใด
ทว่าหนิงฉือจินหวาดกลัวว่าจะเอาตัวไม่รอด ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือรีบบอกทุกเรื่องที่ตนรู้แก่ฮ่องเต้
หากทำได้ก็ต้องรีบตัดขาดจากตระกูลเฉียว เช่นนี้เมื่อฮ่องเต้เห็นใบหน้านี้ของนาง ย่อมต้องให้อภัยนางเป็นแน่
“เช่นนั้นตระกูลเฉียวส่งเจ้ามาเป็นสายสืบอยู่ข้างกายเรา?”
ใบหน้าหนิงฉือจินซีดเผือด นางมองจวินเฉินอวี้อย่างสมองว่างเปล่า
นางอ้าปาก ทว่าชั่วขณะหนึ่งกลับไม่รู้ว่าควรพูดสิ่งใด
นางมองฮ่องเต้ แม้พระพักตร์จะไร้ความรู้สึก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด หนิงฉือจินกลับหวาดกลัวฮ่องเต้เช่นนี้ยิ่งนัก
จักรพรรดิมักซ่อนความรู้สึกไว้ ไม่เผยความยินดีหรือโกรธเกรี้ยวออกมา หนิงฉือจินจึงมองไม่ออกเลยว่าฮ่องเต้กำลังคิดสิ่งใด
เพราะเป็นเช่นนี้ นางจึงรู้สึกไม่มั่นใจ
แต่กระนั้นนางก็ยังคิดว่าตนเป็นคนพิเศษที่สุด ถึงกับคิดว่าใบหน้านี้ของตนสำคัญยิ่งกว่าบ้านเมืองในพระทัยฮ่องเต้
“เพคะ...” นางสะอึกสะอื้น
“เรื่องเมื่อคืนนี้ เจ้ารู้หรือไม่”
