แววตาของฮ่องเต้เปลี่ยนไปเล็กน้อย พระเนตรจับจ้องร่างที่ร่ายรำอย่างอ่อนช้อยบนเวทีสูง ประกายสนพระทัยวูบผ่านดวงตา
เวินอวิ๋นเหมียนคลี่ยิ้มบาง นั่งนิ่งเงียบ ทว่าในใจกลับนับเวลาอยู่
แม้สายตาของฮองเฮาจะถูกสตรีตรงกลางดึงดูด ทว่านางกลับจับจ้องเหล่านางรำรอบข้างอย่างไม่วางตา
พวกนางแสดงได้อย่างแข็งแรงเช่นนี้ได้อย่างไร?
ไม่ควรอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงหรอกหรือ!
เมื่อเห็นความตื่นตะลึงฉงนสนเท่ห์ฉายชัดในดวงตาฮองเฮา เวินอวิ๋นเหมียนก็ยกมุมปากเยาะเย้ย
เหล่านางรำส่วนใหญ่มีชาติกำเนิดต่ำต้อย หลายคนถูกขายเข้าโรงคณิกาตั้งแต่ยังเล็ก ช่างเป็นผู้เคราะห์ร้ายยิ่งนัก
พวกนางฝ่าฟันมาจนถึงวันนี้ได้ ทั้งยังได้รับการคัดเลือกจากที่ว่าการท้องถิ่นทั่วแคว้นให้เป็นผู้มีฝีมือเลิศล้ำที่สุดเพื่อถวายเข้าวัง ย่อมเห็นได้ว่าพวกนางทุ่มเทมากกว่านางรำทั่วไปนับร้อยนับพันเท่า
แต่ฮองเฮากับสนมลานซึ่งอยู่ในตำแหน่งสูง กลับวางยาพิษเหล่านางรำเพื่อใส่ร้ายนาง มิหนำซ้ำยังทำลายชีวิตพวกนาง หากระบำอธิษฐานขอพรเกิดผิดพลาด พวกนางทั้งหมดก็ต้องถูกประหารพร้อมกัน!
ไม่เห็นชีวิตคนอยู่ในสายตาเช่นนี้ ช่างน่าชิงชังยิ่งนัก!
ด้วยเหตุนี้ เหล่านางรำจึงต้องสู้สุดชีวิต เพื่อไม่ให้ความพยายามสูญเปล่า และเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด
ความเจ็บปวดเพียงใดก็ไม่สำคัญสำหรับพวกนางในยามนี้
นี่คือศักยภาพของมนุษย์ แรงใจสายหนึ่งค้ำจุนพวกนางไว้ พวกนางไม่มีวันยอมให้ตนเองพลาดบนเวที
ฮองเฮาไร้มนุษยธรรม ทว่ากลับลืมไปเสียสนิทว่าพวกนางก็เป็นคนมีเลือดเนื้อเช่นกัน
ในท้องพระโรง ฮุ่ยฉางจ้ายกับเวินเล่อเยียนพลันเปลี่ยนสีหน้า
ฮุ่ยฉางจ้ายจิกเล็บลงบนฝ่ามือแน่น เพราะนางมองออกแล้วว่าสตรีที่กำลังร่ายระบำอาภรณ์ขนนกคือซูตาอิ้ง!
เป็นนางไปได้อย่างไร!
เวินเล่อเยียนเองก็รู้ตัวแล้ว นางจ้องเวินอวิ๋นเหมียนด้วยความเคียดแค้น
นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเวินอวิ๋นเหมียนนังแพศยาผู้นี้จึงยอมช่วยซูตาอิ้งที่ไม่ใช่ญาติมิตรให้ได้รับความโปรดปราน แต่กลับไม่ยอมช่วยน้องสาวแท้ ๆ อย่างนาง!
