ยามนี้ บนกำแพงเมือง เวินอวิ๋นเหมียนกับต้าหยุนหลบเลี่ยงกองทหารราชวังที่ออกตรวจตรา
ที่นี่ไม่อาจรั้งอยู่นานได้ ต่อให้นางหุนหันพลันแล่นเพียงใด ในใจลึก ๆ ก็ยังไม่ถึงกับไม่คำนึงถึงสิ่งใดและทำเรื่องโดยไม่ไตร่ตรองผลที่จะตามมา
นางเหลือบมองลงไปเบื้องล่างกำแพงเมือง เงาร่างของฉินเจาหายไปแล้ว ความหวั่นไหวเมื่อครู่ในใจก็ค่อย ๆ สงบลง
ต้าหยุนรีบกล่าวว่า “เหนียงเหนียง กองทหารราชวังคงขึ้นมาประจำเวรบนกำแพงเมืองในอีกไม่ช้า พวกเราต้องรีบไปแล้ว”
คลื่นลมในวังคืนนี้สงบลงแล้ว กองทหารราชวังย่อมต้องไปประจำการตามจุดต่าง ๆ
ครั้นเห็นกองทหารราชวังออกตรวจตราไม่ขาดสาย เวินอวิ๋นเหมียนก็ไม่ลังเลอีก ภายใต้การคุ้มกันของต้าหยุน นางรีบกลับตำหนักเหยาหวา
ระหว่างทาง นางคิดทบทวนหลายสิ่ง ทั้งวางแผนทางหนีทีไล่ทุกทางไว้เรียบร้อยแล้ว
ครั้งนี้นางออกจากวัง นอกจากไม่ปรารถนาจะลงมือสังหารฉินเจาด้วยตนเองแล้ว อีกเหตุผลสำคัญคือรอคอยวันข้างหน้าเพื่อหวนกลับมาใหม่ ตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยและฮองเฮา นางไม่มีวันยอมสละ
บางครั้ง เมื่อเส้นทางสายหนึ่งไม่อาจเดินตรงไปข้างหน้าได้ ก็ทำได้เพียงอ้อมไป ทว่าไม่ว่าจะเลือกเส้นทางใด ปลายทางย่อมมุ่งสู่บัลลังก์หงส์อย่างแน่นอน
เมื่อกลับถึงตำหนัก อวิ๋นหย่างกับอวิ๋นเฟยต่างรออยู่ ครั้นเห็นเหนียงเหนียงกลับมา ทั้งสองก็พลันโล่งใจ
อวิ๋นหย่างรีบถอดเสื้อคลุมจากกายเวินอวิ๋นเหมียน แล้วนำไปแขวนไว้บนฉากกั้นข้าง ๆ
ผู้ที่คอยรับใช้คนอื่นในตำหนักล้วนถูกให้ออกไปหมดแล้ว
อวิ๋นหย่างเป็นคนรอบคอบ แม้คนส่วนใหญ่ในตำหนักจะเป็นคนสนิทของเหนียงเหนียง ทว่าตำหนักเหยาหวากว้างใหญ่ มีผู้คนคอยรับใช้มากมาย จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใด
เพราะฉะนั้น การระแวดระวังทุกคนไว้บ้างย่อมดีที่สุด จะได้ไม่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น
อวิ๋นเฟยรีบยกน้ำชามาให้เวินอวิ๋นเหมียน ที่จริงนางก็มองออกว่าเหนียงเหนียงยังคงกระวนกระวายอยู่บ้าง
“เหนียงเหนียง ดื่มน้ำชาสักหน่อย จะได้ผ่อนคลาย”
เวินอวิ๋นเหมียนจิบน้ำชา ความรู้สึกจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนเดินไปข้างเปลของธิดา
