เดิมทีเจ้าจิ้งจอกน้อยมีท่าทางเหม่อลอยสิ้นหวัง ทว่าเมื่อได้กลิ่นคุ้นเคยก็พลันเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตเป็นประกายตื่นเต้น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ทันที
เดิมทีฉินเจามีสีหน้าเย็นชา ทั้งยังไม่ถนัดแสดงสีหน้าอ่อนโยน ทว่าเมื่อถูกสุนัขกระโจนเข้ามาในอ้อมแขน เขาก็ยังยื่นมือออกไปรับมันไว้โดยไม่รู้ตัว
เจ้าจิ้งจอกน้อยคลอเคลียอยู่ในอ้อมแขนเขา ทั้งยังอยากเลียใบหน้าฉินเจา
แววตาฉินเจาพลันเย็นเยียบ เขาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย รีบกดหัวสุนัขของมันไว้ จึงรอดพ้นจากการถูกเลียคางไปได้
ทว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยเป็นสุนัขที่คุ้นเคยกับผู้คนง่าย หางของมันแกว่งไกวราวกับใบพัด ไม่หยุดถูไถใบหน้าฉินเจา
ขณะที่เจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังเริงร่า ฉินเจาก็พลันเบิกตาค้าง นิ้วยาวยกขึ้นปิดริมฝีปากบางของตน
เพราะเจ้าจิ้งจอกน้อยเลียริมฝีปากเขาเข้าให้แล้ว
เซียวอิ่งหลุดหัวเราะพรืด ก่อนจะเห็นสีหน้าเย็นยะเยือกของเจ้านายที่แทบจะแช่แข็งคนได้ จึงรีบเดินเข้าไปอุ้มเจ้าจิ้งจอกน้อยออกมา
ฉินเจามีสีหน้าหม่นคล้ำ รับผ้าเช็ดหน้าที่เซียวอิ่งยื่นให้มาเช็ดปากอย่างรวดเร็ว
จุมพิตแรกของเขาถูกสุนัขช่วงชิงไปเช่นนี้เอง
นี่คือครั้งแรกที่เขาเก็บไว้ให้เหมียนเหมียน!
น่าชังนัก!
หลังเห็นเจ้านายสงบลงแล้ว เซียวอิ่งจึงกลั้นยิ้มพลางถามว่า “นายท่าน สุนัขตัวนี้จะจัดการอย่างไรดีขอรับ”
คิ้วเข้มของฉินเจาขมวดขึ้นด้วยความฉงน ประตูวังปิดสนิท เจ้าจิ้งจอกน้อยไม่มีทางหลุดออกมาได้อย่างแน่นอน
