เดิมทีเวินอวิ๋นเหมียนกับอวิ๋นเฟยนั่งสนทนากันอยู่ในศาลาริมทะเลสาบ พลันเห็นอาจารย์หญิงเดินเข้ามา
“คารวะพระสนมหยวนเฟย”
เวินอวิ๋นเหมียนชะงักไป นางคืออาจารย์ที่สนิทสนมกัน “อาจารย์หยวนจิ้งมาที่นี่ได้อย่างไร?”
อาจารย์หยวนจิ้งเงยหน้าขึ้น แววตาที่มองเวินอวิ๋นเหมียนพลันร้อนรนขึ้นเล็กน้อย “เหนียงเหนียง ใต้เท้าหนีให้ข้ามาตามท่าน”
พอได้ยินชื่อหนีอวี้เหิง เวินอวิ๋นเหมียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ใต้เท้าหนีหรือ?”
อาจารย์หยวนจิ้งรีบกล่าว “เหนียงเหนียงอย่าเพิ่งถามมากนัก รีบตามข้าออกไปจากที่นี่ก่อนเถิด”
เวินอวิ๋นเหมียนรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่เมื่อถูกอาจารย์หยวนจิ้งเร่งเร้า นางก็พยักหน้า “ได้”
นางเดินตามอาจารย์หยวนจิ้งกลับไป ระหว่างที่ใกล้จะถึงหอจิ้งซู่ อาจารย์หยวนจิ้งกลับเอ่ยขึ้นว่า “ยามนี้ยังกลับหอจิ้งซู่ไม่ได้ เชิญเหนียงเหนียงทางนี้”
อาจารย์หยวนจิ้งพาเวินอวิ๋นเหมียนไปยังตำหนักร้างแห่งหนึ่ง อวิ๋นเฟยถามอย่างร้อนใจ “เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ เหตุใดจึงรีบร้อนเช่นนี้?”
สิ้นเสียง ก็มีเงาดำพลันปรากฏขึ้นด้านหลัง เวินอวิ๋นเหมียนยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็เห็นคนผู้หนึ่งฟาดสันมือใส่อวิ๋นเฟย
อวิ๋นเฟยตาพร่า ก่อนร่างอ่อนปวกเปียกจะล้มลงกับพื้น
เวินอวิ๋นเหมียนพลันระแวดระวังขึ้นมา ทว่าสัญชาตญาณกลับทำให้นางรีบปกป้องอวิ๋นเฟยไว้ “เจ้าคิดจะทำอะไร?”
ทว่าเงาดำนั้นกลับหายวับไปอีกครั้ง
อาจารย์หยวนจิ้งจึงหันมามองเวินอวิ๋นเหมียน นางรู้ดีว่าพระสนมหยวนเฟยระมัดระวังตัวมาโดยตลอด หากไม่ได้ยินคำพูดของหมอหลวงหนีนอกหอจิ้งซู่ เกรงว่านางคงหลอกพระสนมหยวนเฟยมาไม่ได้
