ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน จู่ ๆ ต้นไม้ข้างกายก็ไหววูบ
ฉินเจากับเซียวอิ่งหยุดฝีเท้า ก่อนจะเห็นหน่วยมืดปรากฏตัวขึ้นทันที ดาบและกระบี่ในมือวาดประกายคมกริบ ชักกระบี่จ่อไปยังมุมหนึ่งซึ่งถูกความมืดแห่งราตรีบดบัง
“นายท่าน มีคนอยู่”
ตรงทิศที่ดาบและกระบี่ชี้ไป พลันมีร่างอันน่าเวทนาร่างหนึ่งเดินออกมาจากมุมมืด “อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้า...”
แววตาคมกริบของฉินเจาฉายความอำมหิต สายตาที่มองอีกฝ่ายราวกับกำลังมองศพ น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยทว่าเย็นเยียบถึงกระดูก “ใครให้ความกล้าเจ้ามา ถึงได้บังอาจแอบฟังเรื่องของข้า?”
น้ำเสียงเย็นเยียบไร้คลื่นอารมณ์แม้แต่น้อย ทว่ากลับแฝงความหนาวเหน็บเสียดกระดูก
อวี้กุ้ยเหรินคุกเข่าอยู่บนพื้น มองติ้งชินอ๋องตรงหน้าด้วยความหวาดผวา
นางกลัวจนแทบสิ้นสติ ไม่คิดเลยว่าตนจะบังเอิญมาพบขันทีที่ออกไปสืบข่าวน้องสาวนอกวัง ณ ที่แห่งนี้ แล้วกลับได้เห็นพระสนมเหวี่ยนพบติ้งชินอ๋องเข้าโดยไม่ตั้งใจ...
“ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต! ข้าเป็นอวี้กุ้ยเหรินข้างกายกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ขอท่านอ๋องโปรดเมตตาปล่อยข้าไปเถิด!”
อวี้กุ้ยเหรินหวาดกลัวจนแผ่นหลังเย็นเฉียบ นางติดตามกุ้ยเฟยมาหลายปี แม้แต่สตรีวางอำนาจเช่นกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงยังเกรงกลัวพี่ชายของนาง
บุรุษผู้นั้นโหดเหี้ยมดุจราชันอสูร สังหารคนโดยไม่กะพริบตา...
จะทำอย่างไรดี จะทำอย่างไรดี!
ท่านอ๋องจะเห็นแก่กุ้ยเฟยผู้เป็นน้องสาวแล้วไว้ชีวิตนางหรือไม่...
คนเดียวในใต้หล้าที่ทำให้เขายอมเอ่ยคำพูดเกินจำเป็นได้มีเพียงเวินอวิ๋นเหมียน ส่วนคนอื่น ๆ ฉินเจาคร้านจะพูดด้วยแม้แต่ครึ่งคำ
“ฆ่านาง เก็บกวาดให้สะอาด”
อวี้กุ้ยเหรินเงยหน้าขึ้นอย่างหวาดผวา!
เห็นฉินเจาในชุดรัดกุมสีดำเดินผ่านตัวนางไป แม้แต่น้อยก็ไม่คิดไว้หน้าเพราะนางเป็นคนของกุ้ยเฟย ใบหน้าของนางพลันซีดเผือดด้วยความตกใจ!
ท่ามกลางประกายคมวาวบาดตา อวี้กุ้ยเหรินรีบเอ่ยขึ้น “ท่านอ๋อง พระสนมเหวี่ยน...พระสนมเหวี่ยนมีเรื่องให้ข้าช่วย...”
ฉินเจาหยุดฝีเท้าฉับพลัน แล้วยกมือขึ้น
หน่วยมืดพลันชะงักกระบี่ที่เกือบแทงทะลุลำคอของนาง
“นางมีเรื่องให้เจ้าช่วย?”
