ยามวาดดอกอวี้หลัน เวินอวิ๋นเหมียนจงใจเลียนแบบท่วงท่าของดอกอวี้หลันที่จวินเฉินอวี้วาด แม้แต่ตำแหน่งที่จรดพู่กันก็ยังเหมือนกัน เพียงแต่จงใจวาดให้งดงามสู้เขาไม่ได้
นางหยั่งรู้ความคิดของฮ่องเต้ อีกทั้งยังรู้ดีว่าจวินเฉินอวี้เติบโตมาท่ามกลางเล่ห์กลและแผนร้ายในราชสำนักกับฝ่ายใน กว่าจะฝ่าฟันจนมีชีวิตรอดมาได้
วัยเยาว์ของเขาไม่ได้มีความสุขนัก แม้เป็นองค์รัชทายาทโดยชอบธรรม แต่กลับไม่เคยได้รับความรักจากอดีตฮ่องเต้ เขาจึงปรารถนาจะสร้างตัวตนในอดีตของตนขึ้นมาใหม่ เพื่อชดเชยให้ตนเองในยามนั้น
เวินอวิ๋นเหมียนตั้งใจจะเป็นคนผู้นั้น
นางจะกลายเป็นกุหลาบที่เขาบ่มเพาะด้วยมือ ไม่ว่าจะรูปแบบการทำสิ่งต่าง ๆ หรือนิสัยความเคยชิน ล้วนต้องมีเงาของเขาอยู่ในตัวนาง
มีเพียงเช่นนี้ เขาจึงจะทุ่มเทให้แก่นางมากขึ้น
ยิ่งทุ่มเทมากเท่าใด ก็ยิ่งปรารถนาผลตอบแทนมากขึ้นเท่านั้น
และทุกอย่างจะเริ่มต้นจากดอกอวี้หลันดอกนี้
เมื่อวาดเสร็จ เวินอวิ๋นเหมียนก็เงยหน้ามองจวินเฉินอวี้อย่างคาดหวัง «ฮ่องเต้ทอดพระเนตรสิ เพคะ ภาพที่หม่อมฉันวาดเป็นอย่างไรบ้าง»
จวินเฉินอวี้ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ «อ้ายเฟยเฉลียวฉลาดยิ่ง ดอกอวี้หลันนี้มีความสง่างามบริสุทธิ์อยู่ถึงแปดส่วนแล้ว»
เขากุมมือเวินอวิ๋นเหมียนไว้ «วันนี้เราไม่อยากใส่ใจราชกิจ อ้ายเฟยมาประลองหมากกับเราดีหรือไม่»
«เพคะ» เวินอวิ๋นเหมียนนั่งลง พลางมองเขาด้วยรอยยิ้ม
คราก่อนนางเคยประลองหมากกับฮ่องเต้จนเสมอกัน แต่ครานี้นางกลับพ่ายให้เขา โดยไม่เผยพิรุธและไม่จงใจให้เห็น
นางแสดงท่าทีร้อนรนกระวนกระวาย จนดูผิดพลาดไปเสียทุกกระดาน
ฮ่องเต้มีใจชอบสั่งสอนผู้อื่นอยู่ไม่น้อย จึงอดทนชี้แนะและนำทางนาง
ตลอดบ่าย เขาอารมณ์ดีนัก อีกทั้งยังเริ่มชื่นชอบความรู้สึกยามสั่งสอนนาง
