จากนั้นก็ถึงคราวที่เวินอวิ๋นเหมียนต้องจัดเตรียมข้าวของภายในตำหนักต่าง ๆ
ทว่ากว่าจะถึงกำหนดที่สนมใหม่เข้าวังยังเหลืออีกครึ่งเดือน และในช่วงหลายวันนี้ ฉากหยกหิมะลายโบตั๋นจากนอกวังก็ถูกส่งเข้ามาแล้ว
เมื่อเวินอวิ๋นเหมียนเห็นฉากหยกหิมะลายโบตั๋นที่ช่างสลักไว้อย่างมีชีวิตชีวา ฝีมือประณีตเหนือธรรมดา นางก็อดตื่นตะลึงไม่ได้
แต่คาดไม่ถึงว่าของของเวินอวิ๋นเหมียนยังไม่ทันส่งไปถึงตำหนักของไทเฮา เสี่ยวหมิงจื่อก็รีบร้อนเข้ามารายงานเสียก่อน
“เหนียงเหนียง บ่าวเพิ่งผ่านแถวสวนหลวงมา เห็นหยางกุ้ยเหรินพาขันทีน้อยข้างกาย ลับ ๆ ล่อ ๆ หามหีบใบหนึ่งไปยังตำหนักของไทเฮา”
“ระหว่างทางขันทีน้อยเหล่านั้นเรี่ยวแรงไม่พอ เกือบทำของตก บ่าวบังเอิญเห็นว่าของข้างในดูคล้ายฉากหยกหิมะลายโบตั๋นที่เหนียงเหนียงสั่งให้คนทำยิ่งนัก”
เวินอวิ๋นเหมียนหรี่ตาลงเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าหยางกุ้ยเหรินจะลงมือได้รวดเร็วปานนี้ บัดนี้ก็ลอบนำของไปส่งถึงตำหนักไทเฮาแล้ว ช่างมีเล่ห์เหลี่ยมและฝีมือดีเสียจริง
นางกวักมือเรียกเสี่ยวหมิงจื่อให้เข้ามาใกล้ แล้วสั่งเสียงเบาอยู่สองสามประโยค
เมื่อได้ฟังคำของเวินอวิ๋นเหมียน เสี่ยวหมิงจื่อก็ตกตะลึง ทว่ายังคงรับคำอย่างนอบน้อม “บ่าวทราบแล้วว่าควรทำเช่นไร”
อวิ๋นหย่างซึ่งปกติเป็นคนอารมณ์ดีอยู่ข้าง ๆ ยังอดขุ่นเคืองไม่ได้ “มิน่าเล่าคราวก่อนสาวใช้ข้างกายหยางกุ้ยเหรินถึงลอบเดินวนเวียนอยู่ในตำหนักของเรา ที่แท้ก็จงใจขโมยภาพวาดของเหนียงเหนียงในคราวนั้น”
