น้ำเสียงของเซี่ยอวิ๋นเจี้ยนเย็นเยียบลงเล็กน้อย “มีคนในวังหลังคิดทำร้ายนาง”
แววตาของฉินเจาพลันมืดครึ้ม “ผู้ใด?”
มีเพียงคำเดียว ทว่ากลับเปี่ยมด้วยจิตสังหาร
เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนไม่ยากจะคาดเดา หากบอกชื่อให้อีกฝ่ายรู้ เกรงว่าฉินเจาคงคว้ามีดดาบไปเอาชีวิตคนผู้นั้นทันที
ติ้งชินอ๋องสังหารคน ไม่เคยต้องการเหตุผลที่เพียงพอ อยากฆ่าก็ฆ่า
ชาติก่อน บุรุษผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรผู้นี้เกือบก่อกบฏสำเร็จแล้ว
คนผู้นี้แทบจะเป็นยมราชเดินดิน
เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนมองฉินเจา ก่อนจะเล่าเรื่องที่ตนรู้ให้ฟังคร่าว ๆ ด้วยเสียงแผ่วต่ำ
“ส่วนเป็นผู้ใด ยังไม่รู้แน่ชัด”
หลังฟังคำพูดของเซี่ยอวิ๋นเจี้ยน แววตาฉินเจาเย็นเยียบจนแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง
ที่จริงเซี่ยอวิ๋นเจี้ยนกำลังหยั่งเชิงด้วย เพราะฉินเจาไม่ใช่คนที่ใครจะกล้าใช้ประโยชน์ได้ง่าย ๆ
แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะเอ่ยตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ต้องการให้ข้าทำสิ่งใด?”
ฉินเจาหยิ่งผยองมาแต่ไหนแต่ไร ปกติผู้ใดอยากพบหน้าเขาสักครั้งยังยากยิ่ง ทว่ายามนี้กลับยินดีให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์
เพราะเขาเสี่ยงไม่ได้
ลมหนาวพัดผ่านมา เสื้อคลุมสีขาวราวหิมะของเซี่ยอวิ๋นเจี้ยนพลิ้วไหว เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “ท่านเชื่อคำข้าหรือ?”
ฉินเจาขมวดคิ้วอย่างรำคาญ ก่อนหันกลับไปวางมือบนราวอีกครั้ง แววตาลึกล้ำมืดมน “เจ้าคิดจริงหรือว่าตนจะมีสิทธิ์พูดต่อหน้าข้า?”
หากไม่ใช่เพราะเขาไม่ยอมให้เรื่องของเหมียนเหมียนเกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อย เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนคงไม่มีโอกาสมายืนพูดเรื่องเหล่านี้ต่อหน้าเขา
ยิ่งไปกว่านั้น เซี่ยอวิ๋นเจี้ยนยังบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตของเหมียนเหมียน...
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องลงมือ
