ดวงตาเย็นเยียบของจวินเฉินอวี้มองไปยังกงกงลู่ “ใครสั่งให้เจ้าพานางมาที่นี่”
กงกงลู่รีบคุกเข่าลง “บ่าวสมควรตาย บ่าวเพียงเห็นว่านางล่วงเกินฮ่องเต้ จึงคิดให้นางมาขอขมาต่อพระพักตร์ฮ่องเต้ นี่เป็นความคิดพลการของบ่าวเอง ขอฮ่องเต้โปรดประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
นิ้วยาวเรียวของจวินเฉินอวี้เคาะลงบนฎีกาบนโต๊ะ ดวงเนตรหงส์เรียวยาวฉายแววมืดครึ้มยากหยั่งถึง ท้ายที่สุดเขาก็ลุกขึ้น “เราไปดูนาง”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
……
ภายในหอจิ้งซู่
เวินอวิ๋นเหมียนสวมชุดนอนเนื้อบาง สูดกลิ่นถานเซียงจากกระถางหอมข้างกาย พลางโบกพัดช้า ๆ นั่งเล่นหมากล้อมกับโม่เวย
อวิ๋นเฟยเห็นเหนียงเหนียงถูกขับไล่มาถึงที่นี่ แต่ยังไม่ร้อนใจ ซ้ำยังนั่งเล่นหมากล้อม ก็อดถอนหายใจอีกครั้งไม่ได้
เวินอวิ๋นเหมียนได้ยินแล้วก็คลี่ยิ้มบาง “อวิ๋นเฟยน้อย เจ้าเฮ้อมา 13 ครั้งแล้ว”
อวิ๋นเฟยชะงัก นางถอนหายใจไปมากมายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
“มีสิ่งใดก็ถามมาเถิด” นิ้วเรียวของเวินอวิ๋นเหมียนคีบหมาก เสียงแผ่วเบาอ่อนโยน
เมื่อได้รับอนุญาต อวิ๋นเฟยก็พรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนแตก “เหนียงเหนียง เหตุใดพระองค์ไม่ร้อนพระทัยเล่า ยามนี้ราชครูเสียสติผู้นั้นกล่าวว่าองค์หญิงน้อยในครรภ์ของพระองค์เป็นดาวอัปมงคล ฮ่องเต้ยังให้พระองค์ย้ายมาที่นี่อีก คนทั่วทั้งวังเกรงว่าคงกำลังรอหัวเราะเยาะเหนียงเหนียง แต่พระองค์กลับนั่งเล่นหมากล้อมอยู่ได้”
เวินอวิ๋นเหมียนคลี่ยิ้ม “คนอื่นจะหัวเราะเยาะหรือไม่ แล้วจะเกี่ยวอะไรกับข้าเล่า พวกเรามิได้มีชีวิตอยู่เพื่อให้คนอื่นมองเสียหน่อย”
