สีพระพักตร์ของจวินเฉินอวี้เย็นชาเคร่งขรึมลงแล้ว “ฮองเฮาเคยได้ยินชื่อจางขุยโจวหรือไม่”
ทันทีที่ได้ยินชื่อจางขุยโจว สีพระพักตร์ของฮองเฮาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ซั่วชุนที่ยืนอยู่ด้านหลังยิ่งเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ฮองเฮาเองก็เห็นกู้เว่ยเจิงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเช่นกัน ชั่วขณะนั้นพระทัยพลันกระตุก ก่อนจะรีบกราบทูลว่า “ทูลฮ่องเต้ หม่อมฉันไม่เคยได้ยินชื่อคนผู้นี้เพคะ”
ซั่วชุนชะงักงัน นางมองฮองเฮาด้วยความประหลาดใจ
ซั่วชุนติดตามฮองเฮามาหลายปี ย่อมเข้าใจว่าฮองเฮาต้องการตัดขาดความเกี่ยวข้องกับตน
ฮองเฮาจะไม่สนใจน้องชายของนางก็ได้ แต่นางทำเช่นนั้นไม่ได้ จึงได้แต่ข่มความตื่นตระหนกแล้วคุกเข่าลง “ทูลฮ่องเต้ จาง...จางขุยโจวเป็นน้องชายของบ่าวเพคะ”
จวินเฉินอวี้โยนจดหมายฉบับหนึ่งจากโต๊ะทรงพระอักษรลงมาอย่างเย็นชา “เมิ่งหงเซวียนกับจางขุยโจวร่วมมือกันก่อความวุ่นวายในการสอบคัดเลือกขุนนาง ใส่ร้ายกู้เว่ยเจิง น้องชายของกุ้ยเฟย ฮองเฮามีสิ่งใดจะชี้แจงแทนนางกำนัลคนสนิทหรือไม่!”
สีพระพักตร์ของฮองเฮาซีดลง บัดนี้พระนางเข้าใจแล้วว่าไม่มีทางตัดขาดตนเองจากเรื่องนี้ได้ เพราะซั่วชุนเป็นคนของพระนาง
ส่วนจางขุยโจวก็เป็นน้องชายแท้ ๆ ของซั่วชุน
หากกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับฮองเฮาแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่ฮ่องเต้เลย แม้แต่ฮองเฮาเองก็ยังรู้สึกว่าฟังไม่ขึ้น
