มืออีกข้างของกู้จี้หย่วนวางอยู่บนแผงสัมผัสของคอมพิวเตอร์ เลื่อนลงช้า ๆ พลางอ่านเอกสารบนหน้าจอ
……
ยามบ่าย หลังจากหยุนอี้ตื่นขึ้นมา เธอก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมแขนของกู้จี้หย่วน เธอขยี้ตาแล้วถามว่า “ฉันนอนทับคุณตั้งนาน ขาคุณไม่ชาหรือคะ?”
“ทำไมไม่ปลุกฉันล่ะ?”
หยุนอี้เหลือบมองเวลาบนคอมพิวเตอร์ เธอนอนนานไม่น้อย นั่งอยู่บนตักกู้จี้หย่วนเช่นนี้มาตลอด เขาคงรักษาท่าเดิมอยู่นานโดยไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว
“ไม่ชา”
ถึงจะชาก็ไม่เป็นไร เขาชอบที่เธอใกล้ชิดกับเขาแบบนี้
อีกอย่าง เมื่อคืนเขาคงแทบไม่ได้ปล่อยให้เธอได้นอน หลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะถูกเขารบกวนไปมา กลางวันถึงได้ง่วงหนักขนาดนี้ เขาเองก็ไม่อยากปลุกเธอ
หยุนอี้ลงจากตักเขา พอเท้าทั้งสองแตะพื้น เธอก็เพิ่งรู้ว่าขาชาเพราะอยู่ในท่าเดิมมานาน
เธอเกือบล้ม ยังดีที่กู้จี้หย่วนไหวตัวทัน รีบโอบเอวเธอไว้ ไม่ให้ศีรษะกระแทกมุมโต๊ะ
“ขาชาเหรอ? งั้นนั่งต่ออีกสักพักเถอะ”
กู้จี้หย่วนอุ้มเธอให้หันข้างมานั่งบนตัก ใบหน้าแนบกับเส้นผมนุ่มสลวยของเธอ ก่อนจะถูไถเบา ๆ
ใบหน้าหล่อเหลาของกู้จี้หย่วนอยู่ใกล้จนดูใหญ่ขึ้นตรงหน้า แววตาของเขาวาววับด้วยประกายอันตรายชวนหลงใหล
“หลับตา”
กู้จี้หย่วนสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำเซ็กซี่ เจือความหนักแน่นจนไม่อาจปฏิเสธ
หยุนอี้ราวกับถูกสะกด ขนตาสั่นไหวแผ่วเบาก่อนจะปิดเปลือกตาลง
ริมฝีปากของเขาทาบลงมา ตอนแรกอ่อนโยนราวขนนกไล้ผ่าน อบอุ่นและนุ่มนวล เขาค่อย ๆ คลอเคลียริมฝีปากเธออย่างอดทน ทว่าในจังหวะที่หยุนอี้เริ่มผ่อนคลาย เขาก็จูบลึกซึ้งขึ้นฉับพลัน
ริมฝีปากและปลายลิ้นของกู้จี้หย่วนคล่องแคล่ว ช่ำชอง และพันเกี่ยวกันอย่างอ้อยอิ่ง
เขานำทางเธอ บางครั้งก็จูบซับเบา ๆ บางครั้งก็รุกล้ำลึกซึ้ง ทุกครั้งที่ริมฝีปากเคลื่อนไหวพัวพัน ก็ทำให้เกิดความซาบซ่านวาบหวาม
