หยุนอี้ประคองเขาลงจากรถ ก่อนจะพาเขาเดินโซเซกลับเข้าไปในคฤหาสน์
ร่างกายของเขาสูงใหญ่ หยุนอี้แทบประคองไม่ไหว พยุงเขาขึ้นบันไดสามขั้นจนเข้ามาในห้องรับแขกได้ ในที่สุดเธอก็หมดแรง ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้
กู้จี้หย่วนหายใจหอบถี่ “จากที่นี่ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง”
“หยุนอี้ ช่วยผมหน่อยได้ไหม?”
กู้จี้หย่วนโอบกอดเธอ จุมพิตแรกประทับลงตรงมุมปากของเธออย่างหยั่งเชิง แผ่วเบาราวปีกผีเสื้อ
ลมหายใจของหยุนอี้ชะงักค้างอยู่ในลำคอ ริมฝีปากของกู้จี้หย่วนอบอุ่นและแห้งผาก
เธอสังเกตเห็นว่าใบหูของกู้จี้หย่วนแดงจัด เขาถึงกับทำตัวไม่ถูก ใบหน้าก็แดงก่ำไม่แพ้กัน
เมื่อสัมผัสกันเป็นครั้งที่สอง ริมฝีปากของเขาก็แนบสนิทกับเธอ จุมพิตครั้งนี้ไม่ใช่การหยั่งเชิงอีกต่อไป หากเต็มไปด้วยความปรารถนาอันแน่วแน่
หยุนอี้ยกมือขึ้นคล้องไหล่เขา เธอสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นใต้เสื้อเชิ้ต และหัวใจของเขาที่เต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
มือของกู้จี้หย่วนเลื่อนไปที่ท้ายทอยเธอ ปลายนิ้วสอดเข้าไปในเส้นผมนุ่มสลวย ก่อนจะประคองศีรษะเธอไว้ แล้วทำให้จุมพิตนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ลมหายใจของทั้งคู่ประสานคลอเคลีย กลิ่นไม้สนบนกายเขาผสานกับกลิ่นมะลิในเรือนผมของเธอจนพันเกี่ยวกัน
เมื่อปลายลิ้นของเขาแตะริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา หยุนอี้ก็เผยอปากขึ้นเล็กน้อย กู้จี้หย่วนรับรู้ได้ว่าเธอยอมให้เขารุกล้ำ
