ซูถังเป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กของเจียงเฉิน และเป็น “สาวงามประจำสถานสงเคราะห์”
ต่อมาเมื่อเด็กหญิงอายุได้ 9 ขวบ ครอบครัวฐานะดีคู่หนึ่งก็รับเธอไปเป็นบุตรบุญธรรม ทั้งคู่จึงขาดการติดต่อกันนับแต่นั้น
ครั้งสุดท้ายที่ได้พบกันคือสมัยมัธยมปลาย เหล่าโม่ไม่รู้ไปหาข้อมูลติดต่อของเธอมาจากไหน จึงลากเจียงเฉินไปกินหม้อไฟด้วยกันสามคน
มื้อนั้นชวนกระอักกระอ่วนไม่น้อย
ซูถังสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนม พูดจาเสียงเบานุ่มนวล แตกต่างจากเด็กหนุ่มยากจนสองคนที่สวมแต่เสื้อผ้าตลาดนัดอย่างสิ้นเชิง
เหล่าโม่กลับกินกระเพาะวัวอย่างเอร็ดอร่อยไม่สนอะไร ส่วนเจียงเฉินก็เงียบตลอดมื้อ
หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
‘ไม่นึกเลยว่าเธอจะกลายเป็นนักเขียนนิยายออนไลน์’
เจียงเฉินมองรูปถ่าย พลางรู้สึกทอดถอนใจอยู่บ้าง
งานแจกลายเซ็นเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซูถังสวมชุดเดรสสีขาว ผมยาวสยายคลุมบ่า นั่งอยู่หลังโต๊ะแจกลายเซ็น เธอสวยน่ารักจริง ๆ ไม่อย่างนั้นตอนนั้นคงไม่ถูกสามีภรรยาคู่นั้นเลือกไปรับเลี้ยง
คนที่นั่งอยู่ด้านล่างมีไม่น้อย ทั้งแฟนคลับตัวจริง และคนที่ถูกจ้างมาเป็นทีมสร้างบรรยากาศอย่างเจียงเฉิน
ตามคำแนะนำของหัวหน้าแฟนคลับ เจียงเฉินไปต่อแถวอยู่ค่อนมาทางท้าย
เดิมทีเขาไม่ได้คิดจะเข้าไปทักอีกฝ่าย
ตอนนี้เธอเป็นนักเขียนที่เซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ มีทั้งแฟนคลับและบรรณาธิการ ส่วนเขาเป็นแค่คนรับจ้างมาช่วยสร้างบรรยากาศ ถ้าเข้าไปตีสนิทอ้างความสัมพันธ์เก่า ๆ ก็ชวนให้คนคิดว่าอยากเกาะเธออยู่บ้าง
