‘เรื่องที่สอง ตามหาศิษย์พี่’
ตอนนั้นหลินเกอทิ้งไว้แค่คำพูดเดียวว่าให้ไปรอที่เมืองไป๋ลู่ แต่ไม่ได้ให้ช่องทางติดต่ออะไรไว้เลย สภาพไม่ต่างจากสั่งอาหารแล้วให้ไปรับเองชั้นล่าง ราวกับพอเขาไปถึงประตูเมือง ศิษย์พี่ก็จะระบุตำแหน่งแล้วโผล่มาหาเองอย่างนั้น
จางเฉินคิดว่า ไม่ไปลองเสี่ยงดวงที่หอเจินเป่ากับสมาคมโรงฝึกยุทธ์ ก็ไปดักฟังข่าวตามโรงน้ำชาหรือร้านสุรา สำนักจื่อเซียวเสวียนจงจะเก็บตัวแค่ไหน ก็คงไม่ถึงขั้นไม่มีจุดนัดพบในเมืองใหญ่เลย
ต่อให้หาคนไม่เจอ อย่างน้อยสืบให้รู้การกระจายอำนาจในเมืองไป๋ลู่จนทั่ว ก็ถือว่าตั้งหลักได้แล้ว
‘เรื่องที่สาม ออกจากเมืองไปฟาร์มมอนสเตอร์’
พอมีลูกแก้วล่ออสูรอยู่ในมือ ประสิทธิภาพการฟาร์มมอนสเตอร์ก็พุ่งขึ้นเต็มพิกัด งานเลี้ยงสังหารเพิ่งเลื่อนเป็นเลเวล 2 ค่าพลังสวรรค์มีค่าสูงสุด 2,000 แต้ม เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเลเวล 1
‘ตอนนี้ยังเก็บแต้มได้ง่ายอยู่ รอเลื่อนไปเลเวล 3 เลเวล 4 ค่าสูงสุดคงทะลุหมื่น ถึงตอนนั้นถึงจะเป็นงานใช้แรงจริง ๆ รีบฟาร์มให้เต็ม รีบสนุกให้ไว’
เขาปักหมุดไว้สามแห่งบนแผนที่
เนินป่าสนทางตะวันออกของเมือง ห่างจากประตูเมือง 5 ลี้ มีปีศาจอสูรหนาแน่นพอสมควร พื้นที่เปิดโล่ง เหมาะกับการลากมอนสเตอร์
รอบนอกหุบเขาทะเลสาบสวรรค์ทางใต้ของเมือง อีก 10 วันแดนลับจะเปิด ผู้คนพลุกพล่านและมีหูมีตาอยู่ทั่ว จึงเลี่ยงไปก่อน
หาดหินระเกะระกะทางตะวันตกของเมือง ภูมิประเทศซับซ้อน แต่ระดับขั้นของปีศาจอสูรค่อนข้างต่ำ เก็บไว้เป็นตัวเลือกสำรอง
‘เริ่มจากเนินป่าสนก่อนแล้วกัน’
แต่ฟ้ายังไม่สว่าง ประตูเมืองก็ยังไม่เปิด ไม่ต้องรีบร้อน
เขาฝึกวิชาอยู่พักหนึ่ง ถนนหนทางจึงค่อย ๆ คึกคักขึ้น
