เมื่อชายหนุ่มมองไม่เห็นแผ่นหลังของติงเฉี่ยนทั้งสามคนแล้ว จึงหรี่ตาลงเล็กน้อย
เขาพูดกับบอดี้การ์ดชุดดำที่อยู่ข้างหลังอย่างเรียบเฉยว่า “ไปสืบเรื่องผู้ชายที่อยู่ข้างติงเฉี่ยน ดูซิว่าเป็นใครมาจากไหน”
กลับมาถึงรถ ติงเฉี่ยนปิดประตูรถเสียงดัง สีหน้าที่หาได้ยากนักจะเคร่งขรึมขึ้นมา
“เอ่อ...”
เจียงเฉิงมองติงเฉี่ยนอย่างกระอักกระอ่วน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น!
ติงเฉี่ยนหันมามอง พอเห็นสีหน้าของเจียงเฉิงก็ส่ายหน้าเบา ๆ “คุณคงสงสัยใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงมีท่าทีแบบนี้”
เจียงเฉิงพยักหน้า แล้วถามอย่างระมัดระวัง “ผู้ชายคนนั้นมีปัญหาอะไรหรือครับ เขาเคยทำให้คุณไม่พอใจหรือ”
ติงเฉี่ยนหัวเราะเยาะออกมา ส่วนซูอวี้เจี๋ยที่กำลังขับรถกลับอดพูดด้วยความโกรธไม่ได้ “เขามีปัญหาใหญ่เลยล่ะ! เขาเป็นคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหมู่ แถมยังเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล ตามจีบคุณหนูของเรามาตลอด ไม่ว่าคุณหนูจะปฏิเสธกี่ครั้ง เขาก็ยังหน้าด้านไม่เลิก!”
ตลอดวันที่ได้อยู่ด้วยกัน เจียงเฉิงรู้สึกว่าซูอวี้เจี๋ยเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อย เธอคอยฟังคำสั่งของติงเฉี่ยนเงียบ ๆ แทบไม่พูดอะไร
แต่ตอนนี้เธอกลับด่าอย่างเกรี้ยวกราด “เขามันก็แค่คนหน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าทำเป็นอ่อนโยน แต่ที่จริงเป็นผู้ชายชาเขียว! แถมยังอำมหิตเจ้าเล่ห์ ราวกับงูพิษ!”
“ผู้ชายทุกคนที่ปรากฏตัวอยู่ข้างคุณหนูของเรา ถ้าฐานะต่ำกว่าเขาแม้แต่นิดเดียว ก็จะถูกเขาใช้วิธีโหดร้ายกำจัดไป!”
“เขาไม่ยอมให้มีผู้ชายคนไหนเข้าใกล้คุณหนู แต่ตัวเองกลับมีผู้หญิงรายล้อมทั้งซ้ายขวา! น่ารังเกียจจริง ๆ!”
