วันที่สอง
ไช่จิ้นอยู่ในโรงแรมตลอด ไม่ได้ออกไปไหน เขารอข่าวจากฟางอี้กับคนอื่น ๆ
พอถึงวันที่สาม ไช่จิ้นก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
เขาไม่รู้เลยว่าตลอดสองวันที่ผ่านมา มีคนคอยจับตาดูอยู่หน้าโรงแรมที่เขาพัก
เป็นคนของคุณชายหลี่
กระทั่งวันที่สาม รถโรลส์-รอยซ์คันหนึ่งก็จอดหน้าโรงแรม ก่อนชายวัยกลางคนจะก้าวลงมา
ไม่นานนัก ก็มีรถอีกหลายคันตามมาจอด
คนที่ลงมาจากรถมีทั้งบอดี้การ์ดและชายในชุดสูท
ทุกคนถือกระเป๋าเดินตามหลังชายวัยกลางคนเป็นขบวนใหญ่ แล้วเดินเข้าโรงแรมไป
ชายสองคนที่เฝ้าอยู่ในรถด้านนอกชะงักไปเมื่อเห็นชายวัยกลางคน
คนหนึ่งพูดขึ้นว่า “คุณกัวมาที่นี่ได้ยังไง?”
ยังไม่ทันพูดจบ อีกคนก็หน้าถอดสี “แย่แล้ว เรื่องนี้บานปลายแล้ว รีบติดต่อคุณชายหลี่เร็ว!”
“คนจากแผ่นดินใหญ่คนนั้นไปอยู่กับคุณกัวแล้ว!”
ชายที่พูดก่อนสะดุ้งเฮือก รีบเพ่งมองเข้าไปในประตูโรงแรม
เป็นอย่างที่คิด เขาเห็นเป้าหมายอย่างไช่จิ้น ซึ่งไม่ลงมาจากห้องพักหลายวัน กำลังยิ้มแย้มจับมือกับคุณกัว
ทั้งคู่เดินเข้าโรงแรมไปด้วยกันอย่างกลมเกลียว
พวกเขาไม่กล้าชักช้า รีบโทรศัพท์แจ้งข่าวให้คุณชายหลี่ทราบ
เวลานั้นคุณชายหลี่กำลังอยู่ที่สนามกอล์ฟกับคุณพ่อ
หลังรับสาย เขาก็เริ่มลนลาน
ผู้ถือหุ้นคนนี้มีภูมิหลังไม่ธรรมดา นอกจากจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฉางเหออินดัสทรีส์แล้ว ยังเป็นญาติสายตรงของตระกูลกัว หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งกั่งเฉิงอีกด้วย!
