“ได้ไหม?”
ทั้งสองขึ้นรถ
รถเลี้ยวไปไม่ไกล แค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็จอดลงหน้าร้านอาหารสไตล์ฮ่องกงแห่งหนึ่ง
ข้างในแน่นขนัดไปด้วยผู้คน เพราะอยู่ใกล้ด่านพรมแดน จึงมีแต่ชาวกั่งเฉิงที่เดินทางไปมาระหว่างสองฝั่ง
ทั้งปัญญาชน เจ้าหน้าที่รัฐ นักธุรกิจ กระทั่งคนที่ดูเหมือนหัวหน้าแก๊งอิทธิพลก็มีไม่น้อย
พนักงานพาไช่จิ้นกับคนอื่น ๆ เดินผ่านโถงใหญ่ขึ้นไปชั้นสอง ก่อนพาเข้าไปในห้องส่วนตัว
ในห้องมีคนนั่งอยู่สามคน
คนหนึ่งคือเฉินนี สวมต่างหูห่วงใหญ่ที่เรียกกันว่า “ห่วงเหล็ก” เธอเป็นสาวสวยที่รู้จักแต่งตัวเป็นอย่างดี
ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เธอแต่งตัวได้เหมาะสม รู้ด้วยว่าควรแต่งหน้าแบบไหนให้เข้ากับสถานการณ์
หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ แม้หน้าตาจะสู้เฉินนีไม่ได้ แต่การแต่งกายก็ดูเหมาะสมไม่แพ้กัน ให้ความรู้สึกเหมือนพนักงานบริษัทใหญ่
แต่เมื่อไช่จิ้นมองไปยังอีกคนหนึ่ง...
รูม่านตาของเขาก็หดลงเล็กน้อย
“หมอนี่...”
ร่างใหญ่บึกบึน แขนขวาสักคำว่า “ภักดี” ส่วนแขนซ้ายสักคำว่า “คุณธรรม” ผมสีเหลืองบนหัวดัดเป็นลอน
อายุราวสามสิบปี สวมสร้อยทอง ดวงตาดุดันจับจ้องไช่จิ้นที่เพิ่งเดินเข้ามาไม่วางตา
พอเฉินนีเห็นไช่จิ้นปรากฏตัวที่หน้าประตู ก็รีบลุกขึ้น “เข้ามาเร็ว ไช่จิ้น”
“ฉันจะแนะนำให้รู้จักกัน”
“นี่คือเพื่อนร่วมชั้นที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง เจิงเสี่ยวตาน”
“เจิงเสี่ยวตาน นี่คือเถ้าแก่ไช่ที่ฉันเล่าให้ฟัง”
“ส่วนคนนี้คือพี่ชายบุญธรรมของเจิงเสี่ยวตาน หลีจวิน”
