เสียงฟังดูสงบนิ่ง แต่แฝงความยียวนอยู่เต็มเปี่ยม
เหอข่ายกับพวกหันกลับไปตามสัญชาตญาณ
เห็นคนกลุ่มใหญ่ยืนกันแน่นหน้าร้านอาหารรอบดึก คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่ต่อแถวลงทะเบียนอยู่หน้าร้านของเหล่าเหอ
คิดจะเอาจำนวนคนมาแข่งกับบริษัทจัดหางานงั้นเหรอ?
ชั่วขณะนั้น คนกว่ายี่สิบคนต่างพูดไม่ออก มีคนหนึ่งเห็นท่าไม่ดีจึงคิดจะชิ่งหนี
แต่เหล่าเหอกระชากหูเขาไว้ด้วยท่าทีหยามเหยียดสุด ๆ “เรื่องยังไม่จบ แกยังไปไม่ได้ ใจเย็นหน่อยสิ ไอ้หนุ่ม”
ตอนนั้นไช่จิ้นหยิบแก้วจากด้านข้างมาอีกใบ รินน้ำแล้วเดินไปหยุดตรงหน้าเหอข่ายที่สีหน้าซีดสลับแดง
“ยังกล้าปัดแก้วในมือฉันทิ้งอีกไหม?”
เหอข่ายโกรธจนอกกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุด เขากัดฟันพูดว่า “แกเรียกคนมาตั้งเยอะ จะ...”
“ซ่า!”
ไช่จิ้นสาดน้ำในมือลงบนหน้าเหอข่ายทันที พลางรินน้ำไปด้วยแล้วถามว่า “จะอะไร?”
แก้วใบเดิมถูกยื่นไปตรงหน้าเหอข่ายอีกครั้ง “ยังกล้าปัดแก้วในมือฉันทิ้งอีกไหม?”
ขนทั่วตัวเหอข่ายลุกชัน ราวกับสิงโตที่กำลังโกรธแต่ต้องข่มกลั้น “ไช่จิ้น แกจงใจดูถูกฉันหรือไง?”
“ซ่า!”
ไช่จิ้นสาดน้ำใส่หน้าเขาอีกแก้ว คราวนี้เหอข่ายคุมตัวเองไม่อยู่ เตรียมจะลงมือ แต่เหล่าเหอพูดขึ้นจากด้านข้างด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แกกล้าลงมือก็ลองดูสิวะ”
พอได้ยินอย่างนั้น พวกอันธพาลยี่สิบกว่าคนที่เหอข่ายพามาด้วยก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ
เดิมทีก็แค่มาเบ่งใส่คนอื่น ไม่มีใครกล้าลงมือจริง
