คนในสายพูดเสียยืดยาว แต่พูดไปพูดมาก็จับใจความอะไรไม่ได้เลย
รู้แค่ว่าเขามาจากเจียงหนาน
แถมยังมาจากชนบทธรรมดา ๆ แห่งหนึ่ง
ตอนแรกเถ้าแก่โม่ยังกังวลอยู่ไม่น้อย แต่พอได้ยินว่าไอ้หนุ่มนี่เกิดในชนบทเท่านั้นแหละ
ความโมโหก็พุ่งขึ้นมา เขาตะโกนใส่โทรศัพท์ทันทีว่า “งั้นบอกฉันมาสิ ใครให้ความกล้ามันมาหาเรื่องฉัน!”
“รีบไปทุบออฟฟิศบริษัทมันให้เละอีกรอบเดี๋ยวนี้!”
คนปลายสายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
วางสายแล้ว เถ้าแก่โม่ก็ยังด่าอยู่ในบ้านตัวเองอีกนาน
โดนไอ้หนุ่มที่มีพื้นเพเป็นแค่ชาวบ้านทำให้ตกใจจนเป็นแบบนี้ คิดยังไงก็รู้สึกซวยชะมัด
……
ตลอดทั้งวันนั้น ไช่จิ้นไม่ให้หลิวชิ่งเหวินกับฟางอี้ไปที่บริษัท เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันกับพวกเขา
บริษัทจึงถูกปล่อยทิ้งไว้ให้คนมาทุบทำลาย
แต่ทางจางอิ้งหลงเริ่มใช้เครือข่ายคนรู้จักในวงการของเขารวบรวมข้อมูลทุกอย่างแล้ว
นักธุรกิจในยุคนี้จะมีเงินก้อนแรกมาจากทางสะอาดหรือเปล่ายังไม่แน่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนในวงการอย่างเถ้าแก่โม่
ข้อมูลจึงทยอยส่งมาถึงไช่จิ้นราวกับหิมะโปรยปราย
ยิ่งไช่จิ้นได้เห็นข้อมูลมากเท่าไร ก็ยิ่งตกใจมากขึ้นเท่านั้น
เถ้าแก่โม่มาจากกั่งเฉิง และทำธุรกิจผิดกฎหมายอย่างการลักลอบขนของ
คนที่หาเลี้ยงชีพด้วยธุรกิจแบบนี้ย่อมต้องมีใครบางคนคอยหนุนหลังอยู่แน่
หลังจัดเรียงข้อมูลจากหลายแหล่ง ไช่จิ้นก็พบว่าเถ้าแก่โม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทแห่งหนึ่งอย่างลึกซึ้ง
