“งั้นแปลว่าคุณไม่ถือสาถ้าผมด่าคุณอีกสักรอบใช่ไหม?”
ไช่จิ้นพูดเสียงไม่ดัง สีหน้าก็ไม่ได้แสดงท่าทีเป็นปรปักษ์แม้แต่น้อย
แต่ทุกคำแทงใจดำ ทั้งท้าทายและเต็มไปด้วยการดูแคลน
เถ้าแก่โม่ตบโต๊ะดังปัง “ไม่คิดจะคุยกันต่อแล้วหรือไง?”
ไช่จิ้นส่ายหน้า ยกชาขึ้นจิบอย่างไม่ใส่ใจ
“ในรถข้างนอกมีเงินสามแสนที่ผมเอามาด้วย”
“ผมลองคำนวณดูแล้ว คุณพังบริษัทผม ฟางอี้ติดหนี้คุณหลายแสน หักลบกันไปมา ผมควรคืนเงินให้คุณสามแสน”
“รถไม่ได้ล็อก ถ้าคิดว่าเรื่องนี้จบได้ ก็ให้ลูกน้องคุณเอาเงินไปแล้วกลับไปซะ”
“ถ้าคิดว่ายังไม่พอ เราก็ไปหาที่เคลียร์กันอีกแบบได้”
คราวนี้เถ้าแก่โม่แทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาถูกชายหนุ่มอายุสิบแปดสิบเก้าปีเมินใส่แบบนี้ ทำเอาอึดอัดใจไม่น้อย
คำพูดที่ไม่ได้เอ่ยออกมาคือ แกเป็นใคร ถึงกล้ามาวางท่าต่อหน้าฉัน?
โกรธจนหัวเราะออกมา “คลื่นลูกใหม่ซัดคลื่นลูกเก่าจริง ๆ เด็กสมัยนี้น่าสนใจชะมัด”
ไช่จิ้นยิ้มพลางพูดว่า “เถ้าแก่โม่เองก็เป็นคลื่นลูกใหม่ไม่ใช่หรือครับ คิดว่าซัดพี่หลงซึ่งเป็นคลื่นลูกเก่าจนหมอบ เลยได้ใจขนาดนี้?”
“พอกันนั่นแหละ”
“อีกอย่าง ผมเพิ่งมาเมืองเซินได้ไม่นาน แต่รู้ว่าที่นี่มีคนทุกประเภท ทั้งยังมีพวกที่ยอมแลกชีวิตกับเงินอยู่เป็นจำนวนมาก”
“เรื่องระหว่างผมกับคุณ ถ้าผมต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นล้าน ก็ได้”
“เงินสองล้านนี่ผมไม่วางไว้บนโต๊ะหรอก ผมไม่รังเกียจที่จะเอาเงินสองล้านนี่โยนให้พวกเสี่ยงตายพวกนั้น แล้วให้พวกเขาทำความฝันที่จะเป็นเศรษฐีเงินล้านให้เป็นจริง เข้าใจที่ผมพูดไหม?”
