พูดจบ เธอก็ดึงไช่จิ้นจากไปด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าพี่เฟิ่งถือไก่บ้านอยู่หลายตัว พลางมองตามทั้งคู่ไปอย่างงุนงง
“ไอ้เวรนั่นด่าฉันอยู่หรือเปล่า? เอาไก่มาให้ฉันหมายความว่ายังไง?”
“ฉันไม่ได้ขโมยไม่ได้ปล้นสักหน่อย หลังจากมาหาความสุขกับฉันแล้ว ฉันแค่เก็บค่าบริการนิดหน่อย ถึงกับมาดูถูกกันแบบนี้เลยเหรอ?”
…
เมื่อมาถึงสถานีรถ พวกเขาก็เห็นใบหน้าคุ้นตาอีกคน
หวังเสี่ยวลี่ในชุดเสื้อขนเป็ดมาถึงแล้ว
พอเห็นไช่จิ้น เธอก็เดินเข้ามาหาเขา
หยิบเสื้อไหมพรมออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ “ไช่จิ้น นี่ฉันถักให้นาย”
“ยืนงงทำไมล่ะ! รับไปสิ!”
“อ้อ ขอบใจนะ” ไช่จิ้นรับมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรรับมือกับหวังเสี่ยวลี่อย่างไร
หวังเสี่ยวลี่ดูจะโมโห ใบหน้าเล็กขาวผ่องท่ามกลางหมอกยามเช้าชวนให้ใจเต้น
ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววตัดพ้อเขาอยู่เล็กน้อย แถมยังแดงก่ำ
เห็นได้ชัดว่าเมื่อคืนเธอก็นอนไม่หลับเหมือนกัน
ด้วยส่วนสูง 170 เซนติเมตร เธอยืนอยู่ตรงหน้าไช่จิ้นจนเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบสาวน้อยที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ
กลิ่นหอมคล้ายสบู่ซักผ้าที่ติดเสื้อ ทำให้รู้สึกสะอาดบริสุทธิ์มาก
หวังเสี่ยวลี่ยัดเสื้อใส่มือเขาแล้วกระทืบเท้า “นายมันบื้อจริง ๆ”
จากนั้นเธอก็หันไปมองหลิวชิ่งเหวินที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้าง ๆ “เจ้าลิง ฉันบอกไว้เลยนะ ถ้าแกกล้าพาไช่จิ้นไปร้านทำผมข้างนอก ฉันจะฟ้องแม่แกแน่!”
“แล้วจะทำให้คนทั้งอำเภอหยวนหลี่รู้ธาตุแท้ของแกด้วย!”
“เฮ้ย เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับฉันวะ ไอ้ไช่จิ้นมันเจ้าชู้เงียบ ๆ แกยังไม่รู้อีกเหรอ มันจะยอมไปกับฉันที่ร้านทำผมได้ไง?” หลิวชิ่งเหวินรู้สึกงงเป็นไก่ตาแตก
