ธนาคารแห่งแรก ไช่จิ้นกวาดใบรับรองสิทธิ์จองซื้อหุ้นมาได้ทั้งหมดกว่าหกร้อยใบ
จากนั้นก็เปลี่ยนไปธนาคารแห่งที่สอง
วันนั้นพวกเขาเก็บมาได้ทั้งหมดกว่าสองพันใบ
แน่นอนว่าทั้งคู่ไม่กล้าทำตัวเอิกเกริกเกินไป เพราะยิ่งโดดเด่นก็ยิ่งดึงดูดความสนใจจากคนอื่น
ยิ่งไปกว่านั้น แถวนี้ยังมีหูตาของตลาดมืดอยู่ทั่วทุกมุม
ทั้งสองวิ่งวุ่นกันมาทั้งวัน พอกลับมาจัดการของที่เก็บได้ในเกสต์เฮาส์ หลิวชิ่งเหวินก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ
“พี่จิ้น ของนี่มันมีประโยชน์อะไรกันแน่ เราน่าจะเอาเงินทั้งหมดไปเล่นหุ้นนะ”
“จ้างคนแก่ในพื้นที่สักสองสามคน ให้ไปต่อคิวหน้าตลาดหลักทรัพย์ทั้งคืน แบบนั้นต่างหากถึงจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง”
หลิวชิ่งเหวินไม่ได้พูดมากเกินไป เพราะตอนนี้ตามถนนหนทางและตรอกซอกซอยในจงไห่ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเดินไปไหน สิ่งที่คนพูดถึงก็มีแต่หุ้น แม้แต่คุณตาที่นั่งรับแดดอยู่ตรงปากตรอกยังบอกตัวเลขหุ้นที่ขึ้นวันนี้ได้อย่างแม่นยำ
แล้วใบรับรองสิทธิ์จองซื้อหุ้นล่ะ?
ถ้ามีใครหยิบเรื่องนี้มาพูด ก็มีแต่จะถูกหัวเราะเยาะ ของแบบนี้ไม่ใช่ของหลอกคนหรอกหรือ
มีขายไม่จำกัดใบ แถมใบละ 30 หยวน แพงกว่าซื้อหุ้นใหม่เสียอีก ซื้อไปก็ใช่ว่าจะได้สิทธิ์ คนโง่เท่านั้นแหละที่จะซื้อ
พอฟังมากเข้า หลิวชิ่งเหวินก็เริ่มหวั่นไหว
ก็เป็นเรื่องปกติ
ไช่จิ้นพูดอย่างเรียบเฉยว่า “ถ้าคนทั้งถนนรู้กันหมดว่าสิ่งหนึ่งทำเงินได้ สิ่งนั้นก็ต้องพังแน่”
“คนที่ทำเงินได้เสมอคือคนที่รู้จักมองหาโอกาสก่อนใคร แล้วกล้าลงมืออย่างเด็ดขาด”
