ไช่จิ้นหันกลับมา “ถ้าเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายล่ะ?”
“นายกล้ากลับมาเปิดตลาดมืดของตัวเองอีกครั้งไหม”
ไช่เหว่ยเฉียงมองไช่จิ้นไม่ออก เขาขมวดคิ้ว “ช่วงขาขึ้นของตลาดหุ้นผ่านไปแล้ว บริษัทหลักทรัพย์ใหญ่ ๆ ก็เริ่มทำให้ถูกกฎหมายกันหมด”
“ยังจะมีช่วงขาขึ้นอะไรอีก?”
ไช่จิ้นยิ้ม ก่อนหยิบเงิน 1,000 หยวนออกจากกระเป๋าวางตรงหน้าเขา
“ฉันให้ยืม 1,000 หยวน โทรศัพท์อย่าเพิ่งขาย เก็บไว้กับตัวแล้วรอสายฉัน”
“อีก 10 วัน นายก็จะเข้าใจว่าฉันพูดถึงอะไร”
“พอจัดการเรื่องนี้เสร็จ รีบถอนตัวให้ไว อย่าโลภไม่รู้จักพออีก”
ไช่เหว่ยเฉียงอึดอัดใจจนนั่งไม่ติด เขาจ้องไช่จิ้นอยู่หลายครั้ง “บอกให้ชัด ๆ ไม่ได้หรือไง?”
ไช่จิ้นยิ้มขื่น “ถ้าพูดชัดไป ธุรกิจนี้ก็ทำต่อไม่ได้แล้ว”
“รอสายฉันนะ เพื่อนฉันยังอยู่ที่เกสต์เฮาส์ ฉันต้องกลับไปแล้ว วันนี้พอแค่นี้ก่อน”
พูดจบไช่จิ้นก็เตรียมลุกขึ้น
แต่มีชายสองคนเดินเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาพอดี
คนหนึ่งหัวเราะเสียงดัง “โอ้โห คุณไช่ ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ นี่คิดจะกลับมาออกโรงแล้วเหรอ?”
ชายที่พูดไว้ผมสั้นเกรียนและสวมแว่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ แถมยังมีกลิ่นอายเศรษฐีใหม่อยู่ไม่น้อย
พอเห็นชายคนนี้ ไช่จิ้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นอีกฝ่ายที่ไหนสักแห่งในชีวิตก่อน
ส่วนชายอีกคน ไช่จิ้นจำได้ทันทีที่เห็นหน้า
หลิวอี้เชียน!
มหาเศรษฐีผู้รักความเป็นส่วนตัวในชีวิตก่อน ปี 2014 เขาควักเงินกว่า 200 ล้านหยวนซื้อถ้วยใบเล็กกว่าฝ่ามือในฮ่องกง
