“ยอมสิ ทำไมจะไม่ยอม!” ไช่จิ้นดึงคอเสื้อให้ห่างจากอก พัดโบกไปมา ก่อนจะได้คลายร้อนลงบ้าง
หลิวชิ่งเหวินหัวเราะหึ ๆ “ตอนแรกฉันยังกลัวจี้ฉางคงกับพวกนั้นอยู่เลย แต่ตอนนี้ดูไปดูมา พวกนั้นก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้นนี่”
จี้ฉางคงเรียกได้ว่าเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในวงการสุราของหัวเซี่ยในเวลานี้
เขาปั้นโรงกลั่นเหล้าขนาดเล็กแห่งหนึ่งให้กลายเป็นแบรนด์สุราที่โด่งดังไปทั่วประเทศด้วยตัวเอง
เป็นแขกประจำของทั้งสื่อโทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์
หลิวชิ่งเหวินซึ่งเป็นดาวรุ่งที่เพิ่งก้าวขึ้นมา จะรู้สึกกดดันก็เป็นเรื่องปกติ
จากนั้นหลิวชิ่งเหวินก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยิบซองจดหมายเชิญออกมาจากกระเป๋าหนัง
“เกือบลืมเรื่องนี้ไปเลย รัฐบาลเมืองเซินส่งไปที่สำนักงานกลุ่มจงฮ่าว พอดีนายไม่อยู่ ฉันเลยเอากลับมาให้”
ไช่จิ้นรับมาอ่าน ก่อนจะอ่านออกเสียงตามข้อความ “หนังสือเชิญเข้าร่วมการประชุมส่งเสริมการลงทุนทางเศรษฐกิจหลงก่าง”
“ส่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
หลิวชิ่งเหวินตอบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อเช้าบังเอิญไปที่สำนักงานกลุ่มพอดี พนักงานสาวที่นั่นฝากให้เอากลับมา”
“เหมือนเจิ้งเฮ่อจินจะเป็นคนจัดงาน”
กลุ่มจงฮ่าววางตัวเงียบ ๆ มาก ภายในอาคารหลังนั้นแทบไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าบริษัทกลุ่มนี้ทำอะไรกันแน่
สาเหตุหลักเป็นเพราะอุตสาหกรรมใหญ่หลายแห่งในเครือต่างมีบริษัทลูกแยกเป็นอิสระของตัวเอง
ดูเผิน ๆ จึงเหมือนเป็นสถาบันลงทุนแห่งหนึ่ง คนที่จะส่งหนังสือเชิญตรงไปยังสำนักงานกลุ่มจงฮ่าวได้
ย่อมต้องเป็นคนที่รู้จักไช่จิ้นดี
ไช่จิ้นยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นถึงวันก็ไปดูบรรยากาศสักหน่อยแล้วกัน”
