กัวหรูเฟิ่งหัวเราะเยาะ “รอขึ้นศาลก่อนเถอะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าไอ้เด็กเวรนี่จะหลบหน้าไปได้ตลอดชีวิต”
สีหน้าของเขาดูย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด
ตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา คดีความระหว่างพวกเขาขึ้นศาลมาแล้วหลายครั้ง
แต่ไช่จิ้นทำหนังสือมอบอำนาจให้ไช่หมิงกั๋วจัดการเรื่องนี้มาตลอด จึงไม่เคยปรากฏตัวเลย
พอสองพ่อลูกได้ยินกัวหรูเฟิ่งพูดแบบนั้น ท่าทีก็ดีขึ้นทันที
โดยเฉพาะเติ้งอันจื้อที่ยืดอกขึ้นมาอย่างกับมีความมั่นใจมากกว่าเดิม
“เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ความรู้สึกระหว่างเธอกับลูกก็ไม่ต้องพูดถึงกันอีก ในเมื่อเป็นแบบนี้ ครอบครัวเราก็ขอแตกหักกันตรง ๆ และพวกเราทุกคนจะสนับสนุนเธอ”
ขณะกำลังคุยกัน จู่ ๆ ก็มีเสียงดังมาจากด้านนอก “หรูเฟิ่ง มาทำอะไรที่นี่ล่ะ?”
ป้าคนหนึ่งกำลังถือถุงผัก ยืนมองเขาอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
พอกัวหรูเฟิ่งเห็นชัดว่าเป็นใคร ก็รีบเดินเข้าไปหา “อ้าว ป้าหวังนี่เอง ไม่ได้เจอกันตั้งเกือบครึ่งปีแล้วมั้งคะ”
ทั้งสองจับมือกัน ท่าทางสนิทสนมกันมาก
หลังจากทักทายกันอยู่พักหนึ่ง ป้าหวังก็ลดเสียงลงแล้วถามว่า “หรูเฟิ่ง ฉันได้ยินว่าไช่จิ้นกลับมาแล้ว เธอรู้หรือยัง?”
“กลับมาแล้วเหรอ?” สีหน้ากัวหรูเฟิ่งพลันบึ้งตึง “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ป้าหวังตอบอย่างคนชอบสอดรู้สอดเห็น “กลับมาตอนเช้านี้แหละ กินข้าวที่บ้านตอนเที่ยงแล้วก็อยู่ที่โรงกลั่นเหล้าตลอด”
“ทุกคนรู้กันหมดแล้ว แล้วเรื่องของเธอกับเขาคุยกันรู้เรื่องหรือยัง?”
กัวหรูเฟิ่งเดือดดาลขึ้นมา แต่ก็รีบข่มอารมณ์ไว้ “รู้เรื่องบ้าบออะไรล่ะ กลับมาก็ดีแล้ว เรื่องนี้ต้องให้เขาออกหน้าจัดการเองถึงจะเรียบร้อย”
