“พอเถอะพี่ข่าย! ฉันยังมีงานอีกตั้งเยอะต้องทำ”
“รอให้ฉันทำงานเสร็จแล้วค่อยคุยกันได้ไหม”
เฉินนีขมวดคิ้ว ใบหน้าเล็กสวยเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
บรรยากาศพลันกระอักกระอ่วนขึ้นมา
เหอข่ายถูกขัดจังหวะอีกครั้ง จึงได้แต่ถอนหายใจ “เฮ้อ ช่างเถอะ สักวันเธอก็จะเข้าใจฉันเอง”
พูดจบ เขาก็เดินจากห้องทำงานของเฉินนีไปอย่างห่อเหี่ยว
แผ่นหลังดูคล้ายคนกำลังเศร้าหมอง ทว่าความจริงใบหน้าที่หันหนีไปนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ!
เขาเป็นคนใจแคบและมักทำอะไรสุดโต่ง ภาพลักษณ์อบอุ่นต่อหน้าเฉินนีก็เป็นแค่การเสแสร้งเท่านั้น
ทันทีที่เขาออกจากห้องทำงานของเฉินนี สาวน้อยก็รู้สึกเหมือนหูโล่งขึ้นมาทันที
เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะแล้วถอนใจอย่างกลัดกลุ้มอีกครั้ง “ต่อไปต้องทำงานกับเขาทุกวัน แล้วฉันจะทนไหวได้ยังไงนะ”
ในใจเริ่มนึกเสียใจที่รับปากพ่อว่าจะเข้าบริษัท
…
โรงงานมีออร์เดอร์จำนวนมาก งานที่ทำก็แค่เสียบชิ้นส่วนบางอย่างลงบนแผงวงจร ขอแค่ไม่ใช่คนสติปัญญาบกพร่อง ใคร ๆ ก็ทำได้
เพราะอย่างนั้นจึงไม่มีเรื่องฝึกอบรมอะไร หลังจากไช่จิ้นกับพวกกินมื้อเช้าแล้ว พอเข้าโรงงานก็ถูกจับโยนเข้าประจำสายการผลิตทันที นั่งทำงานกันยาวตลอดช่วงเช้า
รู้สึกแค่ปวดเอวปวดหลังไปหมด
ตอนเที่ยงมีเวลาพักกินข้าวหนึ่งชั่วโมง
หลังจากเหล่าหวง หลิวซั่น และไช่จิ้นกินข้าวเสร็จ ก็เดินมาที่หน้าร้านขายของชำเล็ก ๆ ในโรงงาน แต่ละคนซื้อน้ำอัดลมมาขวดหนึ่ง
หน้าร้านมีคนอยู่เต็มไปหมด ทั้งสามจึงได้แต่ถือน้ำไปหาที่นั่งยอง ๆ แถว ๆ นั้น
