สีหน้าของจอห์นสันเคร่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
เขารู้สถานการณ์ของตัวเองในโนเกียดีเสียยิ่งกว่าใคร ตอนนี้คนที่รับผิดชอบฝ่ายธุรกิจหัวเซี่ยก็คือศัตรูคู่อาฆาตของเขา
บริษัทเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่รายงานเรื่องของเขาต่อสำนักงานใหญ่ไม่หยุด
ใจความก็มีเพียงอย่างเดียว จอห์นสันไม่เหมาะกับโนเกียอีกต่อไปแล้ว ควรออกไปเสีย
สถานการณ์ของเขาไม่สู้ดีนัก
แต่ชายตรงหน้าคนนี้เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ส่วนโทรศัพท์มือถือฮ่วนไฉ่ที่อีกฝ่ายพูดถึง เขาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
คนหัวเซี่ยสร้างโทรศัพท์มือถือเองได้แล้วหรือ?
แถมใกล้จะวางขายแล้วด้วย?
ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยได้ยินข่าวเลย
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยว่า “เอาแบบนี้ คุณไช่ ขอเวลาผมคิดให้ดีสักสองสามวันได้ไหม คุณก็รู้ว่านี่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก”
“มันเกี่ยวข้องกับชีวิตในอนาคตของผม”
ไช่จิ้นยกแก้วไวน์แดงขึ้น จิบเบา ๆ พลางยิ้มแล้วกล่าวว่า “อีก 20 ปีข้างหน้า ผืนแผ่นดินหัวเซี่ยจะกลายเป็นสถานที่ที่ทั่วโลกจับตามอง”
“แน่นอนว่า ที่นี่ยังเป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยโอกาสมากที่สุดด้วย ผมยินดีรอฟังคำตอบจากคุณจอห์นสัน และหวังว่าเราจะได้ร่วมมือกันก้าวไปข้างหน้า วาดฝันถึงอนาคตด้วยกัน”
จอห์นสันยกแก้วขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนชนแก้วกับเขาเบา ๆ
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังกินข้าว ก็มีคนเดินเข้ามาอีกหลายคน
ทุกคนยังคงสวมเสื้อกั๊กสีแดงกันทั้งนั้น
เป็นเส้าจงหัวกับเผิงเจี้ยนตง ทั้งคู่เดินเข้ามาจากด้านนอกพลางพูดคุยกันอย่างออกรส
แต่พอเข้ามา พวกเขาก็เห็นไช่จิ้นนั่งอยู่มุมหนึ่งพอดี
เผิงเจี้ยนตงไม่คิดว่าจะเจอเขา สีหน้าจึงชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาไช่จิ้น
