หวังเสี่ยวลี่ฟังเสียงตู๊ด ๆ จากปลายสายแล้วรู้สึกหดหู่ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ดูเหมือนทุกครั้งที่คุยโทรศัพท์กับไช่จิ้นจะเป็นแบบนี้เสมอ
เธออยากคุยกับไช่จิ้นให้นานกว่านี้จริง ๆ แต่เขายุ่งมาก เธอจึงทำอะไรไม่ได้
ไช่ฟางถือแฟ้มเอกสารเดินเข้ามาจากด้านนอก เห็นคิ้วเรียวของอีกฝ่ายขมวดมุ่นก็ยิ้มอย่างรู้ทัน
“ไง โดนเสี่ยวจิ้นวางสายอีกแล้วเหรอ?”
หวังเสี่ยวลี่รู้สึกผิดจนใจคอไม่ดี “มะ... ไม่ใช่นะ เขายุ่งมากต่างหาก”
ไช่ฟางวางแฟ้มในมือลงแล้วยิ้ม “ปล่อยให้พวกเธอยืดเยื้อแบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่เรื่อง รีบไปเมืองเซินเถอะ”
“ไช่จิ้นเองก็ต้องการใครสักคนคอยช่วยอยู่ข้าง ๆ”
“อื้อ ๆ” หวังเสี่ยวลี่เม้มริมฝีปากเล็กน่าทะนุถนอมราวหยดน้ำ ฟันขาวขบลงเบา ๆ “พี่ฟาง ถ้าฉัน... ฉันไปที่นั่นแล้ว เสี่ยวจิ้นจะนอนกับฉันไหม?”
ไช่ฟางชะงักไป “เรื่องนี้... ฉันจะไปรู้ได้ยังไง”
“แต่ก็ดีนะ ลุงหวังก็คงหวังให้พวกเธอลงเอยกันเร็ว ๆ ไม่ใช่เหรอ มีลูกเร็วหน่อยก็ดี เมื่อวานลุงไช่ยังเปิดตำราดูดวงวันเดือนปีเกิด เตรียมตั้งชื่อหลานอยู่เลย”
“แต่ฉัน... โธ่ ไม่พูดแล้วดีกว่า”
หวังเสี่ยวลี่ที่ยังไม่เคยผ่านเรื่องอย่างว่าทนฟังต่อไม่ไหว ใบหน้าร้อนผ่าว ลุกออกจากห้องทำงานไป
……
หลังวางสาย ไช่จิ้นคุยกับฟางอี้อยู่นาน
ส่วนใหญ่เป็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
เดือนก่อน ไช่จิ้นโอนเงิน 500 ล้านให้ฟางอี้นำไปลงทุนในตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว
เป็นไปตามที่ไช่จิ้นคาดไว้ หลังจากนำเงินสด 500 ล้านในมือไปลงทุนในตลาดแลกเปลี่ยนทั้งหมด เงินหัวเซี่ยก็เริ่มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
