ทางเจิ้งจินกั๋วถูกจัดการจนหมดสภาพแล้วก็จริง แต่ปล่อยให้บรรดาตัวแทนจำหน่ายนิ่งเฉยแบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องดี
พอเจอสถานการณ์แบบนี้ หลิวชิ่งเหวินก็ทำหน้าอมทุกข์
เขายื่นไมโครโฟนให้ไช่จิ้นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “พี่จิ้น คราวนี้คงต้องให้พี่ออกโรงแล้ว”
เดิมทีไช่จิ้นตั้งใจจะรับไมโครโฟน แต่คิดไปคิดมาก็ชักมือกลับ แล้วหันไปมองหลิวชิ่งเหวิน “ในเมื่อเป็นคนรับผิดชอบโรงกลั่นเหล้า แล้วไม่ควรเป็นนายที่ออกโรงเองหรือไง?”
“อย่าเอาแต่หวังพึ่งฉันทุกเรื่องสิ ฉันเอาใจไปทุ่มให้โรงกลั่นเหล้าทั้งหมดไม่ได้หรอก”
หลิวชิ่งเหวินทำหน้าเหมือนมะเขือขม กำลังจะหาเหตุผลมาแก้ตัว
แต่ไช่จิ้นตัดบทเสียก่อน “วันนี้พวกนายมีหน้าที่ทำยอดสั่งซื้อให้ได้สิบล้านหยวน ฉันจะดูผลงาน ไม่สนวิธีการ นายจัดการเอาเองแล้วกัน”
“แต่พี่จิ้น ผมเพิ่งมาทำงานที่โรงกลั่นเหล้าวันแรกเองนะ พี่จะให้ผม...”
ไช่จิ้นไม่สนใจหลิวชิ่งเหวินอีกแม้แต่น้อย เขาหันหลังเดินตรงไปยังประตูโรงงาน
เพราะถึงเวลานัดกับตัวแทนของโครงการค้างสร้างข้างสวนบุปผาชมแม่น้ำแล้ว
เขาไม่มีเวลามาเสียที่นี่
หลิวชิ่งเหวินตะโกนไล่หลังอย่างไม่ยอมแพ้ “ลดเป้าหมายลงหน่อยไม่ได้เหรอ พี่จิ้น”
“ไม่มีต่อรอง คืนนี้ฉันต้องเห็นผล ถ้าทำไม่สำเร็จ โบนัสเดือนนี้ของนายหายแน่!” ไช่จิ้นโบกมือโดยไม่หันกลับมา แล้วเข้าไปนั่งในรถ
ท้ายที่สุดหลิวชิ่งเหวินก็ได้แต่คอตก ถือไมโครโฟนเดินไปกลางห้องประชุม
“ทุกคน ผมรู้ว่าพวกคุณไม่ค่อยพอใจ คิดว่าโรงกลั่นเหล้าต้าวเซียงของเราทำงานไร้น้ำใจและใช้วิธีเด็ดขาดเกินไป”
