โทรศัพท์เป็นเฝิงฮ่าวตงที่โทรมา
พอได้ยินไช่จิ้นถามแบบนั้น เฝิงฮ่าวตงก็หัวเราะอย่างขมขื่นจากปลายสาย “พูดแบบนี้แล้วกัน ตอนนี้ฉันจัดรถพ่วงคันใหญ่ไว้สามคัน คันหนึ่งจอดรออยู่ที่โรงเหล้าของนาย พอสินค้าเต็มรถก็ออกเดินทางทันที”
“อีกคันกำลังขนส่งอยู่ ส่วนคันที่เหลือพอถึงเมืองเซิน เข้าตลาดปุ๊บก็ถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยง”
“พอนายมาถึงเมืองเซินก็จะเข้าใจเองว่าเหล้าหลี่ไป๋น้อยดังขนาดไหน”
เรื่องนี้ไช่จิ้นไม่เคยไปศึกษาให้รู้มาก่อน
เหล้าหลี่ไป๋น้อยโด่งดังไปทั่วตลาดหัวหนานแล้ว
เดิมทีก็เป็นม้ามืดอยู่แล้ว พอมาเจอกับเฝิงฮ่าวตงที่มีช่องทางจัดจำหน่ายแข็งแกร่ง ก็เหมือนฟืนแห้งเจอกับไฟ ย่อมลุกโชนเป็นกองเพลิงใหญ่
ระหว่างคุยโทรศัพท์ เฝิงฮ่าวตงแนะนำอย่างหนักแน่นให้ไช่จิ้นขยายกำลังการผลิตต่อไป
ถ้าสามารถรักษามาตรฐานไว้ได้ การเป็นเหมาไถของคนหนุ่มสาวก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ไช่จิ้นไม่คิดผลีผลามง่าย ๆ
เขารู้ดีว่าการเร่งขยายโรงเหล้าจะส่งผลอย่างไร อย่างเช่นฉินฉือสุรา กิจการที่กำลังเป็นกระแสที่สุดในตอนนี้ ล้มลงได้อย่างไร?
ครั้งหนึ่งเคยเป็นแบรนด์เด่นของงานกาล่าตรุษจีนทางสถานีโทรทัศน์ส่วนกลางเคียงคู่กับซีเฟิ่ง แต่สุดท้ายเพราะกำลังการผลิตตามความต้องการของตลาดไม่ทัน จึงจำเป็นต้องซื้อน้ำสุราดิบจากมณฑลชวนมาผสม จนค่อย ๆ สูญเสียชื่อเสียงไป
เมื่อมีคู่แข่งรายใหม่ในประเภทเดียวกันโผล่ขึ้นมา ก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว
โรงเหล้าไม่เหมือนสายการผลิต นี่เป็นงานฝีมือ
แน่นอนว่า หลังจากเขาไปสำรวจเมืองเซินแล้ว ก็คิดจะพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของอำเภอหยวนหลี่เพิ่มเติม เพื่อควบรวมและปรับโครงสร้างโรงเหล้าอื่น ๆ
