“เรื่องมันไม่ได้เป็นแบบนั้น ระหว่างผมกับเขามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะ...”
“พอเถอะครับ คุณเหอ ไม่ต้องอธิบายแล้ว” ไช่จิ้นเช็ดปาก ลุกขึ้นยืน “คุณกับลูกชายถอนตัวจากฝ่ายบริหารโรงงานเถอะครับ”
“แบบนี้ต่อไปพวกคุณอาจยังได้รับส่วนแบ่งกำไรจากโรงงานอยู่บ้าง”
“แต่ถ้าไม่อยากร่วมงานกับพวกเราแล้วก็ไม่เป็นไร คำนวณมูลค่าหุ้นของพวกคุณมา ผมจะรับซื้อไว้เอง”
เหอข่ายที่ไม่เคยคิดอะไรให้รอบคอบเตรียมจะใช้มุกเดิมอีกครั้ง
แต่ถูกเหอจื้อจวินถลึงตาใส่จนหุบปากไป
จากนั้นเหอจื้อจวินก็ยิ้มอย่างเสแสร้งแล้วถามว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณไช่คิดจะรับซื้อยังไงครับ?”
ไช่จิ้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ตอนนี้โรงงานน่าจะมีหนี้สินหลายอย่างที่ต้องจัดการ คงพูดเรื่องกำไรไม่ได้หรอกครับ”
“หนึ่งล้าน รับซื้อหุ้นของพวกคุณ แล้วพวกคุณก็ออกไป”
“หนึ่งล้าน! เงินของคุณมีมูลค่ามากกว่าคนอื่นหรือไง ถึงได้กล้าพูดแบบนี้? ทำไมไม่ไปขโมยหรือปล้นเอาเลยล่ะ?” เหอข่ายแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ส่วนเหอจื้อจวินก็ไม่ได้ห้าม เพราะสีหน้าของเขาเองก็แย่ลงเช่นกัน
ไช่จิ้นมองเหอข่ายด้วยสายตากดดัน “ถ้าอย่างนั้นนายคิดว่าควรเป็นเท่าไรล่ะ?”
“ไม่พอใจใช่ไหม งั้นฉันให้เลือกสองทาง ทางแรก ทำตัวเป็นผู้ถือหุ้นที่รับส่วนแบ่งกำไรไปเงียบ ๆ อย่ายื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องการบริหารโรงงานของฉัน”
“ทางที่สอง ฉันรับซื้อหุ้นของพวกนายในราคา 500,000”
“แกนี่มัน...”
“เหอข่าย!” เหอจื้อจวินคว้าลูกชายไว้ ก่อนฝืนยิ้มพูดต่อ “ข้อเสนอของคุณไช่ พ่อลูกจะกลับไปคิดให้ดีครับ”
